รับทำบัญชี  ตรวจสอบบัญชี  วางระบบบัญชี  จดทะเบียนบริษัท: ถนนพระราม 2 สมุทรสาคร


19 ตุลาคม 2562  00:32
ค้นหา
 ข่าวสาร     Page 1
29 พฤศจิกายน 2557   14:12:55  
ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างจะช่วยแก้ไขปัญหาภาษีการถือครองทรัพย์สินปัจจุบันได้อย่างไร
โดยที่กระทรวงการคลังมีโยบายให้มีการนำภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างมาใช้จัดเก็บภาษีแทนภาษีการถือครองทรัพย์สินปัจจุบันซึ่งจัดเก็บโดยกฎหมาย 2 ฉบับ คือ พระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน พุทธศักราช 2475 และพระราชบัญญัติภาษีบำรุงท้องที่ พ.ศ. 2508 เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาของกฎหมาย 2 ฉบับดังกล่าวซึ่งมีปัญหาเกี่ยวกับฐานภาษี อัตราภาษี และการจัดเก็บภาษี จึงเป็นกรณีศึกษาว่าภาษีที่ดิน

 
 ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างจะช่วยแก้ไขปัญหาภาษีการถือครองทรัพย์สินปัจจุบันได้อย่างไร
      โดยที่กระทรวงการคลังมีโยบายให้มีการนำภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างมาใช้จัดเก็บภาษีแทนภาษีการถือครองทรัพย์สินปัจจุบันซึ่งจัดเก็บโดยกฎหมาย 2 ฉบับ คือ พระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน พุทธศักราช 2475 และพระราชบัญญัติภาษีบำรุงท้องที่ พ.ศ. 2508 เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาของกฎหมาย 2 ฉบับดังกล่าวซึ่งมีปัญหาเกี่ยวกับฐานภาษี อัตราภาษี และการจัดเก็บภาษี จึงเป็นกรณีศึกษาว่าภาษีที่ดินและ
สิ่งปลูกสร้างจะช่วยแก้ไขปัญหาภาษีการถือครองทรัพย์สินปัจจุบันได้อย่างไร บทความนี้จึงแบ่งออกเป็น
4 ส่วน โดยส่วนที่หนึ่งจะเป็นการกล่าวถึงสาเหตุของการนำภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างมาใช้ ส่วนที่สองเป็นการกล่าวถึงสาระสำคัญของภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างและภาษีดังกล่าวจะช่วยแก้ไขปัญหาภาษีการถือครองทรัพย์สินปัจจุบันได้อย่างไร ส่วนที่สามสรุปผลของการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ส่วนที่สี่ การเตรียมความพร้อมในการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ทั้งนี้ เพื่อให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษีและผู้สนใจได้เข้าใจถึงปัญหาของภาษีโรงเรือนและที่ดินและภาษีบำรุงท้องที่ปัจจุบันและแนวทางในการนำภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง
มาใช้แทน

      1. สาเหตุของการนำภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างมาใช้
เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาของพระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดินพุทธศักราช 2475 และพระราชบัญญัติภาษีบำรุงท้องที่ พ.ศ. 2508 ซึ่งมีปัญหาเกี่ยวกับฐานภาษี อัตราภาษี ทรัพย์สินที่จัดเก็บภาษี
การลดหย่อน และการปฏิบัติจัดเก็บภาษี ดังนี้
        1.1 ฐานภาษี
ภาษีโรงเรือนและที่ดินใช้ค่ารายปีหรือค่าเช่าต่อปีเป็นฐานภาษีซึ่งมีความซ้ำซ้อนกับ
ภาษีเงินได้ที่จัดเก็บจากรายได้ค่าเช่า นอกจากนี้ในกรณีไม่มีค่าเช่าการประเมินค่ารายปีหรือค่าเช่าที่สมควร
ให้เช่าได้ใน 1 ปีนั้นจะขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของพนักงานเจ้าหน้าที่
ส่วนภาษีบำรุงท้องที่ ตามกฎหมายต้องมีการตีราคาปานกลางของที่ดินทุกรอบระยะ
เวลา 4 ปี แต่ปัจจุบันได้มีกฎหมายกำหนดให้ใช้ฐานราคาปานกลางของที่ดิน ปี 2521 – 2524 ในการประเมินภาษีทำให้ไม่เป็นธรรมแก่ผู้เสียภาษีในกรณีที่มีมูลค่าปัจจุบันไม่เท่ากัน เนื่องจากมีการตัดถนนใหม่ หรือมีการก่อสร้างสาธารณูปโภคต่าง ๆ ความเจริญของทำเลที่ดินดังกล่าวแตกต่างกันแต่เสียภาษีจากราคาปานกลางของที่ดินเท่ากัน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีรายได้จากภาษีนี้น้อยมากเพราะฐานภาษีไม่เป็นปัจจุบัน
        1.2 อัตราภาษี
ภาษีโรงเรือนและที่ดินจัดเก็บในอัตราร้อยละ 12.5 ของค่ารายปี ซึ่งเป็นอัตราภาษีที่
สูงมากเกินไป ผู้ประกอบการค้าและอุตสาหกรรมมักร้องเรียนว่าจัดเก็บภาษีสูงไป
ส่วนภาษีบำรุงท้องที่มีโครงสร้างอัตราภาษีถดถอย กล่าวคือ ตามกฎหมายกำหนด อัตราภาษีตามชั้นราคาปานกลางของที่ดินรวม 34 ชั้น สำหรับราคาปานกลางของที่ดินต่ำกว่าไร่ละ 30,000 บาท อัตราภาษีส่วนใหญ่ร้อยละ 0.50 ส่วนราคาปานกลางของที่ดินเกินไร่ละ 30,000 บาท มีอัตราภาษีคงที่ร้อยละ 0.25
นอกจากนี้ กรณีให้เช่าที่ดินประกอบกสิกรรมประเภทไม้ล้มลุก เช่น ปลูกข้าว ปลูกกล้วย ปลูกพริก จะเสียภาษี
เพียงกึ่งอัตรา แต่ถ้าเจ้าของที่ดินประกอบกสิกรรมประเภทไม้ล้มลุกด้วยตนเองจะเสียภาษีอย่างสูงไม่เกินไร่ละ 5 บาท
        1.3 ทรัพย์สินที่จัดเก็บภาษี
ภาษีโรงเรือนและที่ดินมุ่งเน้นจัดเก็บจากทรัพย์สินที่ก่อให้เกิดรายได้ เช่น โรงเรือน
ให้เช่า โรงเรือนที่ใช้ประกอบการค้า การอุตสาหกรรมหรือเป็นโกดังเก็บสินค้าโดยยกเว้นไม่เก็บภาษีจากโรงเรือนที่เจ้าของใช้เป็นที่อยู่อาศัยเอง และโรงเรือนปิดว่างซึ่งมิได้ใช้ประโยชน์ทำให้เก็บภาษีได้น้อยกว่า
ที่ควรจะเป็นเพราะฐานภาษีแคบ
ส่วนภาษีบำรุงท้องที่ จัดเก็บจากที่ดินที่ใช้เป็นที่อยู่อาศัย ที่ดินที่เป็นที่ตั้งโรงเรือน
ว่างเปล่า ที่ดินที่ประกอบเกษตรกรรมซึ่งเป็นที่ดินที่ไม่ได้ต่อเนื่องกับโรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้าง นอกจากนี้กฎหมายปัจจุบันยังได้บัญญัติว่า ที่ดินที่ใช้ต่อเนื่องกับโรงเรือนที่ต้องเสียภาษีโรงเรือนและที่ดินอยู่แล้วได้รับ
การยกเว้นภาษีบำรุงท้องที่ ซึ่งจากบทบัญญัติดังกล่าวทำให้ห้องชุดที่ใช้เป็นที่อยู่อาศัยเองในคอนโดมิเนียม
ซึ่งเรียงซ้อนกันเป็นชั้น ๆ หากมีห้องใดห้องหนึ่งทำการค้าหรือให้เช่า และได้เสียภาษีโรงเรือนและที่ดินแล้ว
จะทำให้ห้องชุดอื่น ๆ ที่ใช้เป็นที่อยู่อาศัยเหล่านั้นได้รับยกเว้นภาษีด้วย
        1.4 การลดหย่อน
ภาษีโรงเรือนและที่ดินกำหนดให้ลดหย่อนค่ารายปีสำหรับโรงเรือนที่ติดตั้งเครื่องจักร
ซึ่งใช้ในการผลิตสินค้าเพื่อประกอบการอุตสาหกรรมโดยให้คำนวณค่ารายปีของโรงเรือนและเครื่องจักรแล้ว
ให้เสียค่ารายปีเพียงหนึ่งในสาม แต่เนื่องจากปัจจุบันเครื่องจักรมีมูลค่าสูงกว่ามูลค่าโรงเรือนที่ใช้ในการ
ประกอบอุตสาหกรรม ดังนั้น การจัดเก็บภาษีจากค่ารายปีเครื่องจักรจึงไม่เหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจ
ที่เป็นอยู่ในปัจจุบันที่จำเป็นต้องใช้เครื่องจักรในการประกอบอุตสาหกรรม
ส่วนภาษีบำรุงท้องที่กฎหมายได้กำหนดให้มีการลดหย่อนที่ดินที่เป็นที่อยู่อาศัย
เป็นที่เลี้ยงสัตว์ หรือประกอบกสิกรรมของตน โดยลดหย่อนที่ดินตั้งแต่ 50 ตารางวาถึง 5 ไร่ ตามที่กำหนด
โดยข้อบัญญัติท้องถิ่น ซึ่งเป็นผลให้บ้านอยู่อาศัยในปัจจุบันส่วนใหญ่ได้รับลดหย่อนที่ดินจนหมด และ
ไม่ต้องเสียภาษีบำรุงท้องที่ ในขณะที่ผู้เช่าโรงเรือนเพื่ออยู่อาศัยถูกผลักภาระภาษีโรงเรือนและที่ดินรวมอยู่
ในค่าเช่า ทำให้ฐานภาษีแคบและไม่เป็นธรรมแก่ผู้เสียภาษีที่มิได้รับการลดหย่อน
        1.5 การปฏิบัติจัดเก็บภาษี
ทั้งภาษีโรงเรือนและภาษีบำรุงท้องที่กฎหมายกำหนดให้ผู้เสียภาษีต้องยื่นแบบ
แสดงรายการทรัพย์สินหรือยื่นแบบแสดงรายการที่ดิน แล้วรอให้เจ้าพนักงานประเมินประเมินภาษีก่อนจึงจะชำระภาษีได้
      2. กฎหมายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง
จากปัญหาของภาษีโรงเรือนและที่ดินและภาษีบำรุงท้องที่ดังกล่าวมาแล้ว กระทรวงการคลัง
จึงเห็นสมควรที่จะยกเลิกภาษีโรงเรือนและที่ดินและยกเลิกภาษีบำรุงท้องที่แล้วจัดเก็บเป็นภาษีที่ดินและ
สิ่งปลูกสร้างตามรร่างพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. .... เพื่อเแก้ไขปัญหาของภาษีที่จัดเก็บอยู่ในปัจจุบัน โดยมีสาระสำคัญ ดังนี้
        2.1 ทรัพย์สินที่ไม่บังคับจัดเก็บภาษี เจตนารมณ์ของการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างต้องการยกเว้นทรัพย์สินที่ไม่จัดเก็บภาษีให้น้อยที่สุด เพื่อความเป็นธรรมระหว่างผู้เสียภาษีและให้ประชาชน
ที่เป็นเจ้าของที่ดินและสิ่งปลูกสร้างทุกคนที่อยู่ในท้องถิ่นได้มีส่วนช่วยกันเสียภาษีเพื่อการพัฒนาท้องถิ่นของตน ซึ่งทรัพย์สินที่ไม่บังคับจัดเก็บภาษีได้แก่
        (1) ทรัพย์สินส่วนสาธารณสมบัติของแผ่นดิน เช่น พระราชวัง
        (2) ทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์โดยมิได้หาผลประโยชน์
        (3) ทรัพย์สินของรัฐที่ใช้ในกิจการของรัฐหรือสาธารณะโดยมิได้หาผลประโยชน์
        (4) ทรัพย์สินที่เป็นที่ทำการขององค์การสหประชาชาติ ทบวงการชำนัญพิเศษ
ขององค์การสหประชาชาติหรือองค์การระหว่างประเทศอื่นที่ประเทศไทยมีข้อผูกพันให้ยกเว้นภาษี
        (5) ทรัพย์สินที่เป็นที่ทำการสถานทูตหรือสถานกงสุล
        (6) ทรัพย์สินของสภากาชาดไทย
        (7) ทรัพย์สินที่เป็นศาสนสมบัติไม่ว่าศาสนาใดที่ใช้เพื่อเฉพาะประกอบศาสนกิจ
หรือกิจการสาธารณะ ที่อยู่ของสงฆ์ นักพรต นักบวช หรือบาทหลวง หรือทรัพย์สินที่เป็นศาลเจ้าเฉพาะ
ที่มิได้หาผลประโยชน์
        (8) สุสานสาธารณะหรือฌาปนสถานสาธารณะที่มิได้หาผลประโยชน์
        (9) ทรัพย์สินของเอกชนหรือรัฐวิสาหกิจเฉพาะส่วนที่ได้ยินยอมให้ทางราชการ
ใช้เพื่อสาธารณประโยชน์โดยเจ้าของทรัพย์สินนั้นมิได้ใช้หรือหาผลประโยชน์ในทรัพย์สินนั้น
        (10) ทรัพย์สินตามพระราชกฤษฎีกา
        2.2 อำนาจการจัดเก็บภาษี ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) มีอำนาจจัดเก็บภาษี
จากที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่อยู่ในเขต อปท. ของตน ภาษีที่จัดเก็บได้ในเขตท้องถิ่นใดให้เป็นรายได้ของ
ท้องถิ่นนั้น
        2.3 ผู้มีหน้าที่เสียภาษี คือ บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินหรือ
สิ่งปลูกสร้าง ผู้ครอบครองหรือทำประโยชน์ในที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างอันเป็นทรัพย์สินของรัฐ รวมถึง
ผู้มีหน้าที่เสียภาษีแทนผู้เสียภาษี
        2.4 ฐานภาษี ได้แก่ มูลค่าทั้งหมดของที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่คิดจากราคาประเมิน
ทุนทรัพย์ที่ดิน ราคาประเมินทุนทรัพย์สิ่งปลูกสร้างหรือราคาประเมินทุนทรัพย์ห้องชุดตามประมวลกฎหมาย
ที่ดินและราคาทรัพย์สินอื่นตามที่กำหนดโดยกฎกระทรวง โดยหักค่าบำรุงรักษาสิ่งปลูกสร้างหรือห้องชุด
ตามอายุของสิ่งปลูกสร้างหรือห้องชุดร้อยละ 1 ต่อปี แต่ไม่เกินร้อยละ 10 แทนการหักค่าเสื่อมราคาสิ่งปลูกสร้าง
ตามอายุของสิ่งปลูกสร้าง
ฐานราคาประเมินทุนทรัพย์ที่ดิน สิ่งปลูกสร้าง และห้องชุดตามประมวลกฎหมายที่ดิน
ราคาดังกล่าวจะกำหนดบัญชีราคาประเมินทุนทรัพย์ใหม่และประกาศใหม่ในทุก 4 ปี โดยมีคณะอนุกรรมการ
ประจำจังหวัดแต่ละจังหวัดซึ่งมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน ปลัดจังหวัด สรรพากรจังหวัด และผู้ทรงคุณวุฒิ
ไม่เกิน 3 คน ซึ่งคณะกรรมการกำหนดราคาประเมินทุนทรัพย์แต่งตั้ง เป็นอนุกรรมการ ธนารักษ์จังหวัดเป็น
กรรมการและเลขานุการ ส่วนกรุงเทพมหานครมีคณะอนุกรรมการประจำจังหวัดสำหรับกรุงเทพมหานคร
ประกอบด้วยปลัดกรุงเทพมหานคร เป็นประธานอนุกรรมการ ผู้แทนกรมการปกครอง ผู้แทนกรมสรรพากร
เจ้าพนักงานที่ดินกรุงเทพมหานคร และผู้ทรงคุณวุฒิอีกไม่เกิน 3 คน ซึ่งคณะกรรมการกำหนดราคาประเมิน
ทุนทรัพย์แต่งตั้งเป็นอนุกรรมการ ผู้อำนวยการสำนักประเมินราคาทรัพย์สินเป็นอนุกรรมการและเลขานุการ
คณะอนุกรรมการดังกล่าวจะประเมินราคาตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการกำหนดราคาประเมิน
ทุนทรัพย์กำหนด เมื่อคณะกรรมการกำหนดราคาประเมินทุนทรัพย์ให้ความเห็นชอบราคาดังกล่าวแล้ว
ผู้ว่าราชการจังหวัดจะประกาศใช้บัญชีกำหนดราคาประเมินทุนทรัพย์ในการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม
เกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ตามประมวลกฎหมายที่ดิน ส่วนราคาประเมินทุนทรัพย์สิ่งที่สร้างขึ้นอย่างอื่นหรือทรัพย์สินอื่นจะกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขโดยกฎกระทรวง ซึ่งราคาดังกล่าวจะประเมินโดยกรมธนารักษ์หรือธนารักษ์พื้นที่
บัญชีกำหนดราคาประเมินทุนทรัพย์ที่ดิน โรงเรือนสิ่งปลูกสร้าง และห้องชุดมีลักษณะ ดังนี้
        (1) บัญชีกำหนดราคาประเมินทุนทรัพย์ที่ดิน เป็นการกำหนดราคาประเมินโดยวิธีเปรียบเทียบราคาตลาด กรณีไม่มีราคาซึ้อขายจะกำหนดราคาโดยพิจารณาจากที่ดินหน่วยใกล้เคียง ซึ่งมีสภาพคล้ายคลึงกันโดยกำหนดราคาเป็นราคาต่อตารางวาในแต่ละโฉนดที่ดิน หรือกำหนดราคาเป็นโซนและบล็อกโดยมีแผนที่ที่ดินประกอบ ในบล็อกหนึ่ง ๆ จะแบ่งเป็นราคาต่อตารางวาในแต่ละหน่วยที่ดินโดยมีราคา
แตกต่างกันตามสภาพทำเลที่ดิน
        (2) บัญชีกำหนดราคาประเมินทุนทรัพย์โรงเรือนสิ่งปลูกสร้าง เป็นการกำหนดราคา
สิ่งปลูกสร้างตามแบบมาตรฐานของแต่ละจังหวัดเป็นราคาสิ่งปลูกสร้างที่สร้างใหม่กำหนดราคาสิ่งปลูกสร้าง
แต่ละแบบมาตรฐานเป็นราคาต่อตารางเมตร ซึ่งมีทั้งหมด 61 แบบ และกำหนดให้หักค่าเสื่อมราคาของโรงเรือน
และสิ่งปลูกสร้าแต่ละประเภท ดังนี้
        (2.1) โรงเรือนสิ่งปลูกสร้างที่เป็นตึก ให้หักค่าเสื่อมราคาปีที่ 1 ถึงปีที่ 10 ร้อยละ 1
ต่อปี ปีที่ 11 ถึงปีที่ 42 ร้อยละ 2 ต่อปี และตั้งแต่ปีที่ 43 เป็นต้นไปให้หักค่าเสื่อมราคาร้อยละ 76 ตลอดอายุ
การใช้งานของโรงเรือนสิ่งปลูกสร้างนั้น
        (2.2) โรงเรือนสิ่งปลูกสร้างที่เป็นตึกครึ่งไม้ให้หักค่าเสื่อมราคาปีที่ 1 ถึงปีที่ 5
ร้อยละ 2 ต่อปี ปีที่ 6 ถึงปีที่ 15 ร้อยละ 4 ต่อปี ปีที่ 16 ถึงปีที่ 21 ร้อยละ 5 ต่อปี และตั้งแต่ปีที่ 22
เป็นต้นไป ให้หักค่าเสื่อมราคาร้อยละ 85 ตลอดอายุการใช้งานของโรงเรือนสิ่งปลูกสร้างนั้น
        (2.3) โรงเรือนสิ่งปลูกสร้างที่เป็นไม้ให้หักค่าเสื่อมราคาปีที่ 1 ถึง 5 ร้อยละ 3
ต่อปี ปีที่ 6 ถึงปีที่ 15 ร้อยละ 5 ต่อปี ปีที่ 16 ถึงปีที่ 18 ร้อยละ 7 ต่อปี และตั้งแต่ปีที่ 19 เป็นต้นไป
ให้หักค่าเสื่อมราคาร้อยละ 93 ตลอดอายุการใช้งานของสิ่งปลูกสร้าง
        (3) บัญชีกำหนดราคาประเมินทุนทรัพย์ห้องชุด กำหนดราคาห้องชุดโดยพิจารณาจาก
ราคาซื้อขายห้องชุด หรือค่าเช่าของห้องชุดในแต่ละชั้นของห้องชุด ปริมาณและคุณภาพของทรัพย์ส่วนกลาง สิ่งอำนวยความสะดวกและบริการในอาคารชุดนั้น คุณภาพของวัสดุ และการตกแต่งภายใน การใช้ประโยชน์
ในห้องชุด เช่น ห้องชุดพาณิชยกรรม ห้องชุดสำนักงาน และห้องชุดพักอาศัย ทั้งนี้โดยเปรียบเทียบกับราคาของอาคารชุดอื่นที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันในบริเวณใกล้เคียง แล้วกำหนดราคาแต่ละอาคารชุดในราคาแต่ละชั้นเป็นราคาต่อตารางเมตรโดยวิธีเปรียบเทียบราคาตลาดกรณีอาคารชุดดังกล่าวมีราคาซื้อขาย วีธีคิดจากรายได้กรณีอาคารชุดดังกล่าวมีข้อมูลค่าเช่าห้องชุด วิธีต้นทุนทดแทนกรณีอาคารชุดดังกล่าวไม่มีข้อมูลราคาซื้อขายและ
ไม่มีข้อมูลค่าเช่า อาคารชุดใดมีทรัพย์ส่วนบุคคลจัดไว้เป็นของห้องชุดเฉพาะห้องจะกำหนดราคาประเมิน
ทุนทรัพย์แยกไว้ต่างหาก เช่น ที่จอดรถส่วนบุคคล พื้นที่ระเบียงห้องชุด ทั้งนี้ ห้องชุดได้ประเมินราคาเป็น
รายอาคารชุดและปรับราคาใหม่ในทุก 4 ปี จึงไม่มีการหักค่าเสื่อมราคา
แต่ร่างพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างกำหนดให้มีการหักค่าบำรุงรักษา
สิ่งปลูกสร้างหรือห้องชุดร้อยละ 1 ต่อปี แต่ไม่เกินร้อยละ 10 แทนการหักค่าเลื่อมราคาสิ่งปลูกสร้างตามอายุ
ของสิ่งปลูกสร้าง เนื่องจากหากกำหนดให้มีการหักค่าเสื่อมราคาตามหลักการดังกล่าวข้างต้นจะทำให้โรงเรือน
สิ่งปลูกสร้างที่เป็นตึก ตึกครึ่งไม้ และไม้ตั้งแต่ปีที่ 43 22 และปีที่ 19 เป็นต้นไปมีมูลค่าสิ่งปลูกสร้างเหลือ
น้อยมากสำหรับการจัดเก็บภาษีกล่าวคือ มูลค่าสิ่งปลูกสร้างเหลือเพียงร้อยละ 24 15 และ 7 ตามลำดับ และจากการการศึกษาพบว่าค่าบำรุงรักษาสิ่งปลูกสร้างประมาณร้อยละ 10 ของมูลค่าทรัพย์สิน และโดยปกติ
เจ้าของสิ่งปลูกสร้างย่อมบำรุงรักษาสิ่งปลูกสร้างให้มีสภาพดีอยู่เสมอ ดังนั้น สิ่งปลูกสร้างจึงไม่ควรมีมูลค่าเหลือเพียงค่าซาก ทั้งนี้ การหักค่าบำรุงรักษาดังกล่าวจะเริ่มหักตั้งแต่ปีที่ขอเลขบ้าน
การแก้ไขปัญหาฐานภาษี โดยที่ฐานภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างจัดเก็บจากมูลค่าของที่ดินและมูลค่าสิ่งปลูกสร้างที่ตั้งอยู่บนที่ดินนั้น ซึ่งเป็นมูลค่าทรัพย์สินทั้งหมดที่ผู้เสียภาษีถือครองอยู่โดยประเมินตามราคาประเมินทุนทรัพย์ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างหรือราคาประเมินทุนทรัพย์ห้องชุดที่เป็นปัจจุบันและหัก ค่าบำรุงรักษาสิ่งปลูกสร้างหรือห้องชุดดังกล่าว ทำให้มีความเป็นธรรมแก่ผู้เสียภาษี ซึ่งเป็นการแก้ไขปัญหาฐานภาษีที่จัดเก็บอยู่ในปัจจุบัน ดังนี้
        (1) การแก้ไขปัญหาการใช้ดุลยพินิจของพนักงานเจ้าหน้าที่ในการประเมินค่ารายปีหรือ
ค่าเช่าต่อปีกรณีหาค่าเช่าไม่ได้เนื่องจากเจ้าของดำเนินกิจการเองตามมาตรา 8 แห่งพระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและ
ที่ดิน พุทธศักราช 2475 และหลักเกณฑ์การประเมินค่ารายปีของทรัพย์สินที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
ประกาศกำหนด โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา ดังนี้
        (1.1) มาตรา 8 ให้ผู้รับประเมินชำระภาษีปีละครั้งตามค่ารายปีของทรัพย์สิน คือ โรงเรือน
หรือสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่นกับที่ดินซึ่งใช้ต่อเนื่องกับโรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่นนั้น ในอัตราร้อยละ 12.5
ของค่ารายปี เพื่อประโยชน์แห่งมาตรานี้ “ค่ารายปี” หมายความว่า จำนวนเงินซึ่งทรัพย์สินนั้นสมควรให้เช่าได้
ในกรณีที่ทรัพย์สินให้เช่า ให้ถือว่าค่าเช่านั้นคือค่ารายปี แต่ถ้าเป็นกรณีที่มีเหตุอันสมควรที่ทำให้ พนักงาน
เจ้าหน้าที่เห็นว่าค่าเช่านั้นมิใช่จำนวนเงินอันสมควรที่จะให้เช่าได้ หรือเป็นกรณีที่หาค่าเช่าไม่ได้เนื่องจาก
เจ้าของทรัพย์สินดำเนินกิจการเองหรือด้วยเหตุประการอื่น ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจประเมินค่ารายปี
โดยคำนึงถึงลักษณะของทรัพย์สิน ขนาด พื้นที่ ทำเลที่ตั้ง และบริการสาธารณะที่ทรัพย์สินนั้นได้รับประโยชน์
ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
        (1.2) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยออกประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง
กำหนดหลักเกณฑ์การประเมินค่ารายปีของทรัพย์สินไว้ว่า การประเมินค่ารายปีทรัพย์สินที่ให้เช่า และมีเหตุ
สมควรที่ทำให้พนักงานเจ้าหน้าที่เห็นว่าค่าเช่านั้นมิใช่จำนวนเงินอันสมควรที่จะให้เช่าได้ หรือเป็นกรณี
หาค่าเช่าไม่ได้เนื่องจากเจ้าของทรัพย์สินดำเนินกิจการเอง หรือด้วยเหตุประการอื่นให้พนักงานเจ้าหน้าที่ประเมิน
ค่ารายปีโดยเทียบเคียงกับค่ารายปีของทรัพย์สินที่ให้เช่าที่มีลักษณะของทรัพย์สินขนาดพื้นที่ ทำเลที่ตั้ง และ
บริการสาธารณะที่ทรัพย์สินนั้นได้รับประโยชน์คล้ายคลึงกันในเขตของหน่วยบริหารราชการท้องถิ่นนั้น
ดังนั้น พนักงานเจ้าหน้าที่จึงต้องใช้ดุลยพินิจในการประเมินค่าเช่าที่สมควรให้เช่าได้
ซึ่งในกรณีของการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างจะใช้บัญชีราคาประเมินทุนทรัพย์ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างหรือ
ห้องชุดที่กำหนดราคาโดยคณะอนุกรรมการประจำจังหวัดและผู้ว่าราชการจังหวัดได้ประกาศให้ใช้ราคาดังกล่าว
ในการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม
        (2) แก้ไขปัญหาฐานค่ารายปีหรือค่าเช่าต่อปีในการจัดเก็บภาษีโรงเรือนและที่ดินซึ่งฐานภาษี
ดังกล่าวมีความซ้ำซ้อนกับการจัดเก็บภาษีเงินได้จากรายได้ค่าเช่าที่ดินและสิ่งปลูกสร้างตามประมวลรัษฎากร
โดยใช้ฐานบัญชีราคาประเมินทุนทรัพย์ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างหรือห้องชุดในการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง
        (3) แก้ไขปัญหาการใช้ฐานราคาปานกลางของที่ดินปี 2521 – 2524 กล่าวคือ
        (3.1) จากการศึกษาการเพิ่มขึ้นของราคาที่ดินโดยการสุ่มตัวอย่างที่ดินที่จัดเก็บภาษี
ในกรุงเทพมหานคร 9 เขต และทำการเปรียบเทียบราคาปานกลางของที่ดิน ปี 2521 – 2524 กับราคาประเมิน ทุนทรัพย์ที่ดินปี 2547 – 2550 พบว่าราคาประเมินทุนทรัพย์ที่ดินปี 2547 – 2550 เพิ่มขึ้นจากราคาปานกลางของ
ที่ดินปี 2521 – 2524 เป็นจำนวนตั้งแต่ 4 เท่า ถึง 4,137 เท่า ดังนี้
        (1) เขตพระนคร ราคาที่ดินเพิ่มขึ้น 5 เท่า ถึง 19 เท่า
        (2) เขตราชเทวี ราคาที่ดินเพิ่มขึ้น 8 เท่าถึง 30 เท่า
        (3) เขตลาดพร้าว ราคาที่ดินเพิ่มขึ้น 4 เท่าถึง 81 เท่า
        (4) เขตยานนาวา ราคาที่ดินเพิ่มขึ้น 8 เท่าถึง 93 เท่า
        (5) เขตตลิ่งชัน ราคาที่ดินเพิ่มขึ้น 14 เท่าถึง 213 เท่า
        (6) เขตภาษีเจริญ ราคาที่ดินเพิ่มขึ้น 28 เท่าถึง 215 เท่า
        (7) เขตมีนบุรี ราคาที่ดินเพิ่มขึ้น 12 เท่าถึง 432 เท่า
        (8) เขตหนองจอก ราคาที่ดินเพิ่มขึ้น 42 เท่าถึง 259 เท่า
        (9) เขตบางขุนเทียน ราคาที่ดินเพิ่มขึ้น 82 เท่าถึง 4,137 เท่า
        (3.2) จากการศึกษาการเพิ่มขึ้นของราคาที่ดินโดยการสุ่มตัวอย่างที่ดินที่จัดเก็บภาษี
ในเขตองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในจังหวัดอื่นจำนวน 16 องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และทำการเปรียบเทียบ
ราคาปานกลางของที่ดิน ปี 2521 – 2524 กับราคาประเมินทุนทรัพย์ที่ดินปี 2547 – 2550 พบว่าราคาประเมิน
ทุนทรัพย์ที่ดินปี 2547 – 2550 เพิ่มขึ้นจากราคาปานกลางของที่ดินปี 2521 – 2524 เป็นจำนวนตั้งแต่ 1 เท่า
ถึง 3,999 เท่า ดังนี้
        (1) จังหวัดลำปาง เทศบาลนครลำปาง ราคาที่ดินเพิ่มขึ้น 5 เท่าถึง 283 เท่า
        (2) จังหวัดลำปาง อบต.วังเหนือ ราคาที่ดินเพิ่มขึ้น 1 เท่าถึง 4 เท่า
        (3) จังหวัดเชียงใหม่ เทศบาลนครเชียงใหม่ ราคาที่ดินเพิ่มขึ้น 18 เท่าถึง 999 เท่า
        (4) จังหวัดเชียงใหม่ เทศบาลตำบลเวียงฝาง ราคาที่ดินเพิ่มขึ้น 21 เท่าถึง 24 เท่า
        (5) จังหวัดนครราชสีมา เทศบาลเมืองบัวใหญ่ ราคาที่ดินเพิ่มขึ้น 1 เท่าถึง 499 เท่า
        (6) จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เทศบาลตำบลท่าเรือ ราคาที่ดินเพิ่มขึ้น 7 เท่าถึง 399 เท่า
        (7) จังหวัดนครปฐม เทศบาลนครนครปฐม ราคาที่ดินเพิ่มขึ้น 2 เท่าถึง 2,416 เท่า
        (8) จังหวัดปทุมธานี เทศบาลเมืองปทุมธานี ราคาที่ดินเพิ่มขึ้น 37 เท่าถึง 499 เท่า
        (9) จังหวัดสมุทรสาคร อบต. สมุทรสาคร ราคาที่ดินเพิ่มขึ้น 19 เท่าถึง 599 เท่า
        (10) จังหวัดชลบุรี เทศบาลเมืองศรีราชา ราคาที่ดินเพิ่มขึ้น 6 เท่าถึง 70 เท่า
        (11) จังหวัดชลบุรี เทศบาลเมืองชลบุรี ราคาที่ดินเพิ่มขึ้น 7 เท่าถึง 68 เท่า
        (12) จังหวัดชลบุรี เทศบาลตำบลแหลมฉบัง ราคาที่ดินเพิ่มขึ้น 16 เท่าถึง 499 เท่า
        (13) จังหวัดระยอง เทศบาลนครระยอง ราคาที่ดินเพิ่มขึ้น 32 เท่าถึง 3,999 เท่า
        (14) จังหวัดสงขลา เทศบาลนครหาดใหญ่ ราคาที่ดินเพิ่มขึ้น 5 เท่าถึง 319 เท่า
        (15) จังหวัดสุราษฎร์ธานี เทศบาลเมืองท่าข้าม ราคาที่ดินเพิ่มขึ้น 199 เท่าถึง 401 เท่า
        (16) จังหวัดภูเก็ต เทศบาลนครภูเก็ต ราคาที่ดินเพิ่มขึ้น 2 เท่าถึง 1,362 เท่า
จากข้อมูลการเพิ่มขึ้นของราคาที่ดินดังกล่าวข้างต้นจะเห็นว่าราคาประเมินทุนทรัพย์ที่ดิน
ปี 2547 – 2550 ทั้งในกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัดเพิ่มขึ้นจากราคาปานกลางของที่ดินปี 2521 – 2524 เป็น
อันมาก ดังนั้น การใช้ฐานราคาปานกลางของที่ดินปี 2521 – 2524 จัดเก็บภาษีบำรุงท้องที่ปัจจุบันจึงทำให้
ไม่เป็นธรรมระหว่างผู้เสียภาษีระหว่างที่ดินที่พัฒนาแล้วกับที่ดินที่ยังไม่ได้รับการพัฒนา ทำให้ อปท. จัดเก็บ
ภาษีได้น้อย เนื่องจากราคาปานกลางของที่ดินต่ำและทำให้สามารถถือครองที่ดินจำนวนมากเพื่อการเก็งกำไร
ซึ่งในกรณีของการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างจะเป็นจัดเก็บภาษีตามราคาประเมินทุนทรัพย์ที่ดิน สิ่งปลูกสร้างหรือห้องชุดที่เป็นปัจจุบันโดยมีมูลค่าที่ดิน สิ่งปลูกสร้างหรือห้องชุดแตกต่างกันตามทำเลที่ตั้งของที่ดิน สิ่งปลูกสร้างหรือห้องชุดดังกล่าวทำให้เกิดความเป็นธรรมแก่ผู้เสียภาษีด้วยกันเอง เช่น จัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งลูกสร้าง
ปี 2555 ก็จะใช้บัญชีกำหนดราคาประเมินทุนทรัพย์ที่ดิน สิ่งปลูกสร้างหรือห้องชุดปี 2555 – 2558 ในการ
ประเมินภาษี ถ้าที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างนั้นตั้งอยู่ริมถนนใหญ่ก็จะมีราคาประเมินทุนทรัพย์สูงกว่าที่ดินและ
สิ่งปลูกสร้างห่างจากริมถนนใหญ่ดังกล่าวลึกเข้าไปในซอย
        (4) แก้ไขปัญหาการประเมินภาษีจากฐานทรัพย์สินที่ถือครองเพียงบางส่วน โดยกรณี
ภาษีบำรุงท้องที่จัดเก็บจากฐานราคาปานกลางของที่ดินเป็นที่อยู่อาศัยและราคาปานกลางของที่ดินที่เป็น
โรงเรือนปิดว่างโดยมิได้จัดเก็บภาษีจากโรงเรือนที่ใช้เป็นที่อยู่อาศัยหรือโรงเรือนปิดว่าง ส่วนภาษีโรงเรือน
และที่ดินเก็บภาษีเฉพาะพื้นที่โรงเรือนให้เช่า เช่น ตึกแถว 4 ชั้นให้เช่าเฉพาะชั้นล่างส่วนอีก 3 ชั้นปิดว่างจะเสียภาษี
เฉพาะชั้นล่าง ส่วนชั้นที่ 2-4 ไม่ต้องเสียภาษีโรงเรือนและที่ดิน ทำให้ฐานภาษีแคบและเป็นการประเมินภาษีที่
ไม่ครบถ้วนตามมูลค่าของทรัพย์สินทั้งหมดที่ถือครองอยู่ ทำให้เกิดความไม่เป็นธรรมแก่ผู้เสียภาษีที่มีที่ดิน
และสิ่งปลูกสร้างที่อยู่ติดกันและใช้ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวเพื่อประกอบการค้าต้องเสียภาษีจากค่ารายปี
ทั้งหมดของที่ดินและสิ่งปลูกสร้างนั้น ซึ่งในกรณีของภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างจะประเมินภาษีเป็นมูลค่า
ทั้งหมดของที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างนั้น
        (5) แก้ไขปัญหาช่องว่างของกฎหมายซึ่งปัจจุบันทำให้ไม่สามารถจัดเก็บภาษีห้องชุดอยู่อาศัย
ในอาคารชุดในกรณีซึ่งห้องชุดชั้นล่างทำการค้าเป็นผลทำให้ห้องชุดอยู่อาศัยซึ่งเรียงซ้อนกันหลาย ๆ ชั้นตั้งแต่
ชั้นที่ 2 เป็นต้นไปไม่ต้องเสียภาษีบำรุงท้องที่ เนื่องจากมาตรา 8 (8) แห่งพระราชบัญญัติภาษีบำรุงท้องที่ พ.ศ.
2508 กำหนดให้ยกเว้นภาษีบำรุงท้องที่สำหรับที่ดินที่ใช้ต่อเนื่องกับโรงเรือนที่ต้องเสียภาษีโรงเรือนและที่ดินอยู่แล้ว
ซึ่งในกรณีของภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างสามารถจัดเก็บภาษีจากห้องชุดทุกห้องในอาคารชุดตามราคาประเมิน
มูลค่าห้องชุดแต่ละชั้นเป็นราคาต่อตารางเมตร โดยคำนวณจากพื้นที่ห้องชุดตามใบกรรมสิทธิ์ห้องชุดตาม
ราคาประเมินห้องชุดต่อตารางเมตรในชั้นที่ห้องชุดนั้นตั้งอยู่
        2.5 อัตราภาษี ร่างกฎหมายใหม่ได้กำหนดอัตราภาษีทั้งหมด 3 อัตรา คือ
         (1) อัตราภาษีสำหรับที่ดินและสิ่งปลูกสร้างทั่วไปไม่เกินร้อยละ 0.5 ของฐานภาษี
         (2) ที่อยู่อาศัยของตนโดยไม่ประกอบเชิงพาณิชย์ไม่เกินร้อยละ 0.1 ของฐานภาษี
        (3) ที่ประกอบเกษตรกรรมไม่เกินร้อยละ 0.05 ของฐานภาษี
ตามกฎหมายให้คณะกรรมการกำหนดอัตราภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างพิจารณา
กำหนดอัตราภาษีดังกล่าวในทุกรอบระยะเวลา 4 ปี โดยพิจารณาจากข้อมูลภาษีที่รับชำระ มูลค่าของที่ดิน
สิ่งปลูกสร้างหรือห้องชุดของผู้เสียภาษีทุกรายที่คณะอนุกรรมการจัดทำข้อมูลการจัดเก็บภาษีประจำจังหวัด หรือคณะอนุกรรมการจัดทำข้อมูลการจัดเก็บภาษีประจำกรุงเทพมหานคร แล้วแต่กรณี ได้รวบรวมข้อมูลดังกล่าว
จาก อปท. ภายในจังหวัด และให้คณะกรรมการกำหนดอัตราภาษีฯ มีอำนาจเสนอแนะการลดอัตราภาษี
สำหรับทรัพย์สินบางประเภทซึ่งตราเป็นพระราชกฤษฎีกา
ในกรณี อปท. ใดมีเหตุผลและความจำเป็นในการพัฒนาท้องถิ่นของตนให้ อปท. นั้น
มีอำนาจออกข้อบัญญัติกำหนดอัตราภาษีเพิ่มขึ้นจากอัตราภาษีที่คณะกรรมการฯ ได้กำหนดไว้ แต่ต้องไม่เกิน
อัตราภาษีตามที่กำหนดข้างต้น
ในกรณีที่ดินที่ต้องเสียภาษีเป็นที่ดินที่ทิ้งไว้ว่างเปล่าหรือไม่ได้ทำประโยชน์ตามควร
แก่สภาพที่ดิน ใน 3 ปีแรก ให้เสียภาษีไม่ต่ำกว่าอัตราภาษีทั่วไปที่คณะกรรมการกำหนดอัตราภาษีที่ดินและ
สิ่งปลูกสร้างได้กำหนดไว้ แต่ไม่เกินร้อยละ 0.5 ของฐานภาษี ตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา และหากยัง
มิได้ทำประโยชน์อีกให้เสียเพิ่มขึ้นอีก 1 เท่าในทุก 3 ปี แต่ไม่เกินร้อยละ 2 ของฐานภาษี
ทั้งนี้ คณะกรรมการกำหนดอัตราภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างสามารถกำหนดอัตราภาษี
ในอัตราที่ต่ำกว่าเพดานอัตราภาษีดังกล่าวข้างต้นได้
- อัตราภาษีตามร่างกฎหมายใหม่ดังกล่าว เป็นอัตราภาษีที่ได้กำหนดไว้ใกล้เคียงกับ
อัตราภาษีที่จัดเก็บภาษีโรงเรือนและที่ดินตามพระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน พุทธศักราช 2475 และ
ภาษีบำรุงท้องที่ตามพระราชบัญญัติภาษีบำรุงท้องที่ พ.ศ. 2508 ที่จัดเก็บอยู่ในปัจจุบันเมื่อคำนวณบนฐาน
ราคาประเมินทุนทรัพย์ตามประมวลกฎหมายที่ดิน
        การแก้ไขปัญหาของอัตราภาษี โดยที่อัตราภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างตามกฎหมายได้
กำหนดเพดานอัตราภาษีไว้ 3 อัตรา คือ อัตราภาษีสำหรับที่ดินและสิ่งปลูกสร้างทั่วไปไม่เกินร้อยละ 0.5 ของ
ฐานภาษี ที่อยู่อาศัยของตนโดยไม่ประกอบเชิงพาณิชย์ไม่เกินร้อยละ 0.1 ของฐานภาษี และที่ประกอบเกษตรกรรม
ไม่เกินร้อยละ 0.05 ของฐานภาษี ซึ่งเป็นการกำหนดอัตราภาษีแตกต่างกันตามการใช้ประโยชน์ในที่ดินและ
สิ่งปลูกสร้างนั้น โดยคำนึงถึงความสามารถในการเลียภาษี (ability to pay) ของผู้เสียภาษี และคณะกรรมการ
กำหนดอัตราภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างสามารถกำหนดอัตราภาษีให้ต่ำกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนดได้โดยพิจารณา
จากข้อมูลที่คณะอนุกรรมการจัดทำข้อมูลการจัดเก็บภาษีรวมรวมส่งมาให้ นอกจากนั้นกฎหมายยังได้กระจาย อำนาจให้ อปท. สามารถออกข้อบัญญัติกำหนดอัตราภาษีเพิ่มขึ้นจากอัตราภาษีที่คณะกรรมการฯ ได้กำหนดไว้
เมื่อมีเหตุผลและความจำเป็นในการพัฒนาทั้งถิ่นของตน และกำหนดอัตราภาษีสูงสำหรับที่ดินที่ทิ้งไว้ว่างเปล่า
โดยมิได้ทำประโยชน์ตามควรแก่สภาพที่ดิน หลักการของอัตราภาษีดังกล่าวสามารถแก้ไขปัญหาอัตราภาษี
สามารถแก้ไขปัญหาของอัตราภาษีปัจจุบัน ดังนี้
         (1) การแก้ไขปัญหาอัตราภาษีถดถอยตามราคาปานกลางของที่ดินในการจัดเก็บภาษี
บำรุงท้องที่ ซึ่งราคาปานกลางของที่ดินต่ำกว่าไร่ละ 30,000 บาท อัตราภาษีเฉลี่ยร้อยละ 0.50 ส่วนราคาปานกลาง
ของที่ดินเกินไร่ละ 30,000 บาท อัตราภาษีร้อยละ 0.25 เจ้าของที่ดินปลูกไม้ล้มลุกเองเสียภาษีไม่เกินไร่ละ 5 บาท
ในขณะที่ผู้เช่าที่ดินปลูกไม้ล้มลุกซึ่งถูกผลักภาระภาษีรวมอยู่ในค่าเช่ากลับเสียภาษีกึ่งอัตราของบัญชีอัตราภาษี
บำรุงท้องที่ ทำให้ไม่เป็นธรรมแก่ผู้เสียภาษีด้วยกันเอง ซึ่งอัตราภาษีดังกล่าวเมื่อคำนวณบนฐานราคาประเมิน
ทุนทรัพย์ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างปัจจุบันกรุงเทพมหานครจัดเก็บอยู่ระหว่างอัตราร้อยละ 0.0001 ถึง 0.0580
ของราคาประเมินทุนทรัพย์ที่ดิน และต่างจังหวัดจัดเก็บระหว่างร้อยละ 0.0004 – 0.0882 ของราคาประเมิน
ทุนทรัพย์ที่ดิน ซึ่งในกรณีของภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างได้กำหนดให้อัตราภาษีสำหรับที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง
เพื่ออยู่อาศัยไม่เกินร้อยละ 0.1 ของฐานภาษี และอัตราภาษีสำหรับที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเพื่อเกษตรกรรมไม่เกิน
ร้อยละ 0.05 ของฐานภาษี ทำให้เจ้าของที่ดินและสิ่งปลูกสร้างซึ่งใช้ประโยชน์ในทรัพย์สินเหมือนกันจะเสียภาษี
ในอัตราเดียวกัน
        (2) แก้ไขปัญหาอัตราภาษีโรงเรือนและที่ดินที่จัดเก็บในอัตราร้อยละ 12.5 ของค่ารายปี
ซึ่งเป็นอัตราที่สูงมาก ซึ่งเมื่อคำนวณบนฐานราคาประเมินทุนทรัพย์ปัจจุบันกรุงเทพมหานครจัดเก็บภาษี
อยู่ระหว่างอัตราร้อยละ 0.0113 ถึง 2.4158 ของราคาประเมินทุนทรัพย์ที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง และต่างจังหวัด จัดเก็บภาษีอยู่ระหว่างอัตราร้อยละ 0.0016 ถึง 2.37 ของราคาประเมินทุนทรัพย์ที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง โดย
ในกรณีของภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างได้กำหนดเพดานอัตราภาษีทั่วไปสำหรับที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง (อัตราเพื่อการพาณิชย์)ไม่เกินร้อยละ 0.5 โดยผู้เสียภาษีที่ประกอบการพาณิชย์ในที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเอง หรือให้เช่าจะเสียภาษีตามอัตราภาษีที่คณะกรรมการกำหนดอัตราภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างได้กำหนดไว้แต่ไม่เกินร้อยละ 0.5 ของมูลค่าที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่ตนถือครอง
        (3) แก้ไขปัญหาการจัดเก็บภาษีที่ดินที่ทิ้งไว้ว่างเปล่าหรือไม่ได้ทำประโยชน์ตามควร
แก่สภาพที่ดิน ซึ่งปัจจุบันจัดเก็บภาษีเพิ่มขึ้นอีก 1 เท่าของอัตราภาษีตามราคาปานกลางที่ดินปี 2521 - 2524
ทำให้ภาระภาษีต่ำมากจึงมีการซึ้อที่ดินเพื่อกักตุนไว้เก็งกำไร ดังนั้น ในกรณีภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างจึง
กำหนดอัตราภาษีสำหรับที่ดินที่ทิ้งไว้ว่างเปล่าโดยไม่ได้ทำประโยชน์ตามควรแก่สภาพที่ดิน ใน 3 ปีแรก ให้
เสียภาษีไม่ต่ำกว่าอัตราภาษีทั่วไปที่คณะกรรมการกำหนดอัตราภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างได้กำหนดไว้
แต่ไม่เกินร้อยละ 0.5 ของฐานภาษี ตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา และหากยังมิได้ทำประโยชน์อีกให้เสีย
เพิ่มขึ้นอีก 1 เท่าในทุก 3 ปี แต่ไม่เกินร้อยละ 2 ของฐานภาษี         2.6 การลดและการยกเว้นภาษี ร่างกฎหมายใหม่กำหนดให้มีการลดหรือยกเว้นภาษี ดังนี้
        (1) กรณีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างได้รับความเสียหายมากหรือถูกทำลายให้เสื่อมสภาพ
ด้วยเหตุพ้นวิสัยที่จะป้องกันได้โดยทั่วไปเช่นเดียวกับกฎหมายภาษีบำรุงท้องที่ปัจจุบัน
        (2) กรณีที่มีเหตุทำให้ที่ดินได้รับความเสียหาย หรือทำให้สิ่งปลูกสร้างถูกรื้อถอน
หรือทำลายหรือชำรุดเสียหายจนต้องทำการซ่อมแซมในส่วนสำคัญเช่นเดียวกับภาษีโรงเรือนและที่ดิน
        (3) กรณีผู้เสียภาษีมีที่ดิน สิ่งปลูกสร้างที่ถือครองอยู่ทั้งหมดในเขต อปท. เพียงเพื่อ
ใช้เป็นที่อยู่อาศัยของตนและทรัพย์สินดังกล่าวมีมูลค่าไม่เกินมูลค่าตามที่กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกา ให้
ผู้เสียภาษีนั้นได้รับการยกเว้นภาษีสำหรับที่อยู่อาศัยดังกล่าว
        (4) ให้ยกเว้นภาษีให้แก่เกษตรกรที่ใช้ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างของตนเพื่อประกอบ
เกษตรกรรมเป็นการทั่วไปไม่เกินมูลค่าที่กำหนดไว้ในพระราชกฤษฎีกา
        การแก้ไขปัญหาการลดและยกเว้นภาษี
        (1) แก้ไขปัญหาการการยกเว้นภาษีโรงเรือนและที่ดินสำหรับโรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้าง
อย่างอื่น ๆ ที่เจ้าของอยู่เองซึ่งมิได้ใช้เป็นที่ไว้สินค้าหรือประกอบการอุตสาหกรรม โรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้าง
อย่างอื่น ๆ ซึ่งปิดไว้ตลอดปี และเจ้าของมิได้อยู่เองหรือให้ผู้อื่นอยู่ โรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างของการเคหะ
แห่งชาติที่ผู้เช่าซื้ออยู่อาศัยเอง โดยมิได้ใช้เป็นที่เก็บสินค้าหรือประกอบการอุตสาหกรรม หรือประกอบกิจการ
อื่นเพื่อหารายได้ และการลดหย่อนค่ารายปีสำหรับโรงเรือนติดตั้งส่วนควบที่เป็นเครื่องจักรเพื่อประกอบการอุตสาหกรรมโดยคิดค่ารายปีดังกล่าวเหลือ 1 ใน 3 ของค่ารายปีโรงเรือนและเครื่องจักรดังกล่าว ทำให้ฐานภาษี
แคบไม่เป็นธรรมแก่ผู้เช่าบ้านอยู่อาศัยที่ถูกผลักภาระภาษีรวมอยู่ในค่าเช่าบ้าน ไม่เป็นธรรมแก่ผู้เช่าซื้อบ้าน
อยู่อาศัยจากธนาคารพาณิชย์อื่น ๆ ที่ถูกผลักภาระภาษีจากธนาคารพาณิชย์ และผู้เสียภาษีโรงเรือนและที่ดิน
ในกรณีของภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างจะจัดเก็บภาษีจากเจ้าของบ้านอยู่อาศัยเอง เจ้าของโรงเรือนปิดว่าง
และเจ้าของโรงเรือนที่ให้เช่าซื้อโดยการเคหะและธนาคารพาณิชย์ ทำให้เกิดความเป็นธรรมแก่ผู้เสียภาษีด้วยกันเอง
ทั้งนี้ โดยยกเว้นการจัดเก็บภาษีจากเครื่องจักรที่ใช้ในการประกอบการอุตสาหกรรม เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจ
ปัจจุบันสมควรส่งเสริมให้มีการใช้เครื่องจักรในการผลิตสินค้า เพื่อให้สินค้าส่งออกสามารถแข่งขันกับต่างประเทศได้
        (2) แก้ไขปัญหาการลดหย่อนที่ดินที่ไม่ต้องเสียภาษีบำรุงท้องที่ตามมาตรา 22 แห่ง
พระราชพระราชบัญญัติภาษีบำรุงท้องที่ พ.ศ. 2508 ซึ่งกำหนดให้บุคคลธรรมดาซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินแปลงเดียว
หรือหลายแปลงที่อยู่ในจังหวัดเดียวกัน และใช้ที่ดินนั้นเป็นที่อยู่อาศัยของตน เป็นที่เลี้ยงสัตว์ของตน หรือ
ประกอบกสิกรรมของตน ให้ลดหย่อนไม่ต้องเสียภาษีบำรุงท้องที่ตามเกณฑ์อย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้
        (2.1) ที่ดินในเขตองค์การบริหารส่วนตำบลให้ลดหย่อนได้ 3 – 5 ไร่ ตามที่กำหนด
โดยข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนตำบล
        (2.2) ที่ดินในเขตเทศบาลตำบลให้ลดหย่อนได้ 200 ตารางวาถึง 1ไร่ ตามที่กำหนด
โดยเทศบัญญัติ
        (2.3) ที่ดินในเขตเมืองพัทยา เขตเทศบาลนคร เขตเทศบาลเมืองให้ลดหย่อนได้
50 – 100 ตารางวา ตามที่กำหนดโดยเทศบัญญัติ
        (2.4) ที่ดินในเขตกรุงเทพมหานครให้ลดหย่อนได้ ดังต่อไปนี้
         (ก) ในท้องที่ชุมชนหนาแน่นมาก ให้ลดหย่อน 50 – 100 ตารางงวา
         (ข) ในท้องที่ชุมชนหนาแน่นปานกลาง ให้ลดหย่อน 100 ตารางวาถึง 1 ไร่
         (ค) ในท้องที่ชนบท ให้ลดหย่อน 3 – 5 ไร่
ทั้งนี้ ตามที่กำหนดโดยข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร ท้องที่ใดจะเป็นท้องที่ตาม (ก)
(ข) หรือ (ค) ให้เป็นไปตามที่กำหนดโดยกฎกระทรวง
ที่ดินที่มีสิ่งปลูกสร้างหรือสิ่งปลูกสร้างนั้นเป็นสถานการค้าหรือให้เช่า ไม่ได้รับ
การลดหย่อนสำหรับส่วนของที่ดินที่ใช้เป็นสถานการค้าหรือให้เช่านั้น
ในกรณีที่บุคคลธรรมดาหลายคนเป็นเจ้าของที่ดินร่วมกัน ให้ได้รับการลดหย่อนรวมกัน
ตามเกณฑ์ที่กำหนดข้างต้น และการลดหย่อนดังกล่าว ให้ได้รับการลดหย่อนสำหรับที่ดินที่อยู่ในจังหวัดใด
จังหวัดหนึ่งแต่จังหวัดเดียว
ผลของการลดหย่อนที่ดินที่ไม่ต้องเสียภาษีดังกล่าวทำให้เจ้าของบ้านอยู่อาศัยเอง
ประเภททาวน์เฮาส์ ตึกแถว เรือนแถวไม้ ส่วนใหญ่ได้รับยกเว้นที่ดินหมดไปจนไม่ต้องเสียภาษีบำรุงท้องที่
ทำให้ฐานภาษีแคบ และไม่เป็นธรรมแก่ผู้เสียภาษีบำรุงท้องที่อื่น ๆ
กรณีของที่ดินและสิ่งปลูกสร้างกำหนดให้เก็บภาษีจากเจ้าของที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่
ใช้เป็นที่อยู่อาศัย และที่ประกอบเกษตรกรรม โดยกำหนดให้มีการยกเว้นภาษีสำหรับที่อยู่อาศัยและเกษตรกรรม ดังนี้
         1) กรณีผู้เสียภาษีมีที่ดิน สิ่งปลูกสร้างที่ถือครองอยู่ทั้งหมดในเขต อปท.
เพียงเพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัยของตนและทรัพย์สินดังกล่าวมีมูลค่าไม่เกินมูลค่าตามที่กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกา
ให้ผู้เสียภาษีนั้นได้รับการยกเว้นภาษีสำหรับที่อยู่อาศัยดังกล่าว
         2) ให้ยกเว้นภาษีให้แก่เกษตรกรที่ใช้ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างของตนเพื่อประกอบ
เกษตรกรรมเป็นการทั่วไปไม่เกินมูลค่าที่กำหนดไว้ในพระราชกฤษฎีกา
        3) เหตุผลที่ให้ยกเว้นภาษีสำหรับที่อยู่อาศัยตาม 1) และยกเว้นที่ดินและสิ่งปลูกสร้า
เพื่อเกษตรกรรมตาม 2) ทั้งนี้เนื่องจากการศึกษาราคาประเมินทุนทรัพย์ที่ดินในพื้นที่ที่ไม่ติดถนนพบว่าปัจจุบัน
ราคาประเมินทุนทรัพย์ที่ดินที่ไม่ติดถนนมีราคาตั้งแต่ตารางวาละ 10 - 40,000 บาท โดยหน่วยที่ดินที่มีราคา
10 – 100 บาทต่อตารางวา (ไร่ละ 4,000 บาทถึงไร่ละ 40,000 บาท) มีร้อยละ 53 ราคาที่ดินเกิน 100 –500 บาท
(ไร่ละ 40,000 บาทถึงไร่ละ 200,000 บาท) มีร้อยละ 33 แสดงว่ายังมีพื้นที่ที่ความเจริญยังเข้าไปไม่ถึง ทำให้มีความสามารถในการเสียภาษีน้อย จึงเห็นสมควรให้มีการยกเว้นภาษีสำหรับที่อยู่อาศัยของตนหรือ
ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่ประกอบเกษตรกรรมของตนในที่ซึ่งความเจริญเข้าไปไม่ถึงตามมูลค่าที่กำหนดโดย
พระราชกฤษฎีกา เนื่องจากภาษีนี้เป็นภาษีที่จ่ายเพื่อนำเงินมาใช้ในการพัฒนาท้องถิ่นของตน จึงควรที่จะยกเว้น
ภาษีเท่าที่จำเป็น เพื่อให้มีภาษีเพียงพอแก่การพัฒนาท้องถิ่น
        2.7 การปฏิบัติจัดเก็บภาษี อปท. จะต้องดำเนินการ ดังนี้
        (1) สำรวจที่ดินและสิ่งปลูกสร้างภายในเขต อปท. จัดทำบัญชีรายการที่ดินและ
สิ่งปลูกสร้างของผู้เสียภาษีแต่ละราย ประกาศบัญชีรายการที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง และแก้ไขบัญชีดังกล่าว
ให้ถูกต้องอยู่เสมอ
        (2) ประกาศราคาที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง หลักเกณฑ์การประเมินทุนทรัพย์สำหรับ
สิ่งปลูกสร้าง อัตราภาษีที่จัดเก็บ และรายละเอียดอื่นที่จำเป็นในการจัดเก็บภาษีในแต่ละปี
        (3) ประเมินมูลค่าที่ดิน สิ่งปลูกสร้างหรือห้องชุด จำนวนภาษีที่ต้องชำระ แจ้ง
การประเมินและส่งแบบแสดงรายการเสียภาษีให้แก่ผู้เสียภาษี
        (4) เรียกเก็บภาษีที่ต้องชำระและภาษีค้างชำระ รวมทั้งเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม ออกคำสั่ง
เป็นหนังสือยึด อายัด และขายทอดตลาดทรัพย์สินของผู้เสียภาษีเพื่อนำเงินมาชำระภาษีค้างชำระ เบี้ยปรับ เงินเพิ่ม
ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่าย ทั้งนี้ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่จดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมรับจดทะเบียนสิทธิและ
นิติกรรมได้ต่อเมื่อมีการชำระค่าภาษีครบถ้วนแล้ว
        การแก้ไขปัญหาการปฏิบัติจัดเก็บภาษี ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างได้ปรับปรุง
การปฏิบัติจัดเก็บภาษีเกี่ยวกับการอำนวยความสะดวกแก่ผู้เสียภาษีและการให้ความเป็นธรรมแก่ผู้เสียภาษี
มากยิ่งขึ้น ดังนี้
        (1) แก้ไขปัญหากรณีทั้งภาษีโรงเรือนและที่ดินและภาษีบำรุงท้องที่ผู้เสียภาษีต้องยื่นแบบ
แสดงรายการทรัพย์สินแล้วรอให้พนักงานเจ้าหน้าที่ประเมินภาษีก่อนจึงจะชำระภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างได้
ในกรณีของภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างผู้เสียภาษีเพียงแต่ตรวจสอบความถูกต้องของบัญชีรายการที่ดินและ
สิ่งปลูกสร้าง ตรวจสอบความถูกต้องของการประเมินมูลค่าที่ดินและสิ่งปลูกสร้างและการคำนวณภาษีและ
ยื่นแบบแสดงรายการภาษีพร้อมกับชำระค่าภาษีให้แก่พนักงานเจ้าหน้าที่ และยังกำหนดให้ผู้เสียภาษีอาจ
มอบหมายให้บุคคลอื่นยื่นแบบแสดงรายการภาษีพร้อมชำระภาษีแทนตนเองได้ โดยไม่จำเป็นต้องทำเป็น
หนังสือมอบอำนาจ
        (2) ทั้งกฎหมายภาษีโรงเรือนและที่ดินและกฎหมายภาษีบำรุงท้องที่มิได้กำหนดให้ดอกเบี้ย
แก่จำนวนเงินภาษีที่ได้รับคืน แต่กฎหมายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างได้กำหนดให้ผู้บริหารท้องถิ่นสั่งให้ดอกเบี้ย
ร้อยละ 1 ต่อเดือนของเงินที่ได้รับคืนในกรณีเห็นว่ามีการประเมินผิดพลาดซึ่งเกิดจากเจ้าพนักงานประเมิน
        (3) กรณีค่าภาษีค้างอยู่และยังมิได้ชำระเมื่อทรัพย์สินได้โอนกรรมสิทธ์ไปเป็นของเจ้าของ
คนใหม่ กฎหมายภาษีโรงเรือนให้เจ้าของคนเก่าและคนใหม่เป็นลูกหนี้ค่าภาษีนั้นร่วมกัน และกฎหมายภาษี
บำรุงท้องที่ให้ผู้รับโอนมีหน้าที่ร่วมกับเจ้าของที่ดินเดิมเสียภาษีบำรุงท้องที่ที่ค้างชำระไม่เกิน 5 ปี รวมทั้งปี
สุดท้ายที่มีการเปลี่ยนแปลงเจ้าของที่ดินด้วย แต่กฎหมายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างกำหนดให้ผู้ขอจดทะเบียน
สิทธิและนิติกรรมนำหนังสือรับรองหนี้ภาษีค้างชำระมาแสดงต่อพนักงานเจ้าหน้าที่จดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม
และให้พนักงานเจ้าหน้าที่จดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมดังกล่าวรับจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมได้ต่อเมื่อ
มีการชำระค่าภาษีครบถ้วนแล้ว
        (4) การประเมินภาษีย้อนหลัง กฎหมายโรงเรือนและที่ดินกำหนดให้กรณีไม่ยื่นแบบพิมพ์
ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจประเมินภาษีย้อนหลังได้ไม่เกิน 10 ปีนับแต่วันสุดท้ายแห่งระยะเวลาให้ยื่นแบบพิมพ์
และกรณียื่นแบบพิมพ์ไม่ถูกต้องตามความเป็นจริงให้พนักงานเจ้าหน้าที่ประเมินย้อนหลังได้ไม่เกิน 5 ปี
และกฎหมายภาษีบำรุงท้องที่กำหนดว่ากรณีเจ้าของที่ดินซึ่งเป็นผู้มีหน้าที่เสียภาษีบำรุงท้องที่มิได้ยื่นแบบแสดง
รายการที่ดินให้เจ้าพนักงานประเมินมีอำนาจแจ้งการประเมินย้อนหลังได้ไม่เกิน 10 ปีนับแต่วันที่เจ้าพนักงาน
ประเมินได้ทราบว่าเจ้าของที่ดินมิได้ยื่นแบบแสดงรายการที่ดิน แต่ไม่ได้กำหนดให้ประเมินภาษีย้อนหลังกรณี
ยื่นแบบแสดงรายการที่ดินไม่ถูกต้อง แต่กฎหมายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างให้เรียกเก็บภาษีย้อนหลัง 5 ปี
ทั้งกรณีผู้เสียภาษีมิได้ยื่นแบบแสดงรายการภาษีหรือกรณียื่นแบบแสดงรายการภาษีและชำระภาษีไม่ครบถ้วน
        (5) ความรับผิดชอบในกรณีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเป็นของคนละเจ้าของ กฎหมายภาษี
โรงเรือนและที่ดินกำหนดให้เจ้าของโรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่น ๆ ต้องเสียค่าภาษีทั้งสิ้น ถ้าเจ้าของ
โรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่น ๆ ไม่เสียภาษี การทอดตลาดทรัพย์สินของผุ้นั้นให้รวมขายสิทธิใด ๆ ใน
ที่ดินอันเจ้าของโรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่น ๆ ยังคงมีอยู่นั้นด้วย แต่กฎหมายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง
กำหนดให้เจ้าของที่ดินมีหน้าที่ยื่นแบบแสดงรายการภาษี โดยให้เจ้าของที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเหล่านั้น
มีหน้าที่รับผิดชอบร่วมกันสำหรับภาษีที่ต้องชำระ และกรณีมีภาษีค้างชำระให้เจ้าของที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง
ดังกล่าวมีความรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมกันในการชำระภาษีค้างชำระ
        2.8 บทเฉพาะกาล มีทั้งหมด 4 ประเด็น ดังนี้
        (1) ให้ใช้กฎหมายปัจจุบันต่อไปเฉพาะการจัดเก็บภาษีที่ค้างอยู่ก่อนวันที่กฎหมายใหม่
ใช้บังคับ
        (2) อภัยโทษทางภาษีโดยการยกเว้นเงินเพิ่ม ความรับผิดทางอาญาถ้าได้มาขอเสีย
ภาษีที่ค้างหรือชำระภาษีให้ครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด
        (3) มีการบรรเทาภาระภาษีอันเกิดจากผลกระทบในการจัดเก็บภาษีตามร่างกฎหมายใหม่
โดยให้ผู้ที่ต้องเสียภาษีเพิ่มขึ้นให้เสียภาษีเดิมรวมกับส่วนที่เพิ่มขึ้นร้อยละ 50 75 ในปีที่หนึ่งและสองตามลำดับ
ส่วนผู้ที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องเสียภาษีโรงเรือนและที่ดินและภาษีบำรุงท้องที่มาก่อนให้เสียภาษีร้อยละ 50 75 ของภาษีที่ต้องเสียในปีที่หนึ่งและสองตามลำดับ
        (4) การเตรียมความพร้อมก่อนการจัดเก็บภาษี เมื่อพระราชบัญญัติมีผลบังคับใช้
ต้องมีการเตรียมความพร้อมเกี่ยวกับแผนที่ภาษี จัดทำบัญชีรายการที่ดินและสิ่งปลูกสร้างของผู้เสียภาษี
มูลค่าของที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง และการกำหนดอัตราภาษี ยกร่างพระราชกฤษฎีกา กฎกระทรวงและ
ระเบียบกระทรวงมหาดไทยตามที่กฎหมายกำหนด
      3. สรุปผลของการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง
        (1) การนำพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างมาใช้เป็นการปฏิรูประบบภาษี
ทรัพย์สินให้เกิดความเป็นธรรมยิ่งขึ้นโดยใช้ฐานราคาประเมินทุนทรัพย์ที่เป็นปัจจุบันในการจัดเก็บภาษี
ทำให้ผู้ที่มีมูลค่าทรัพย์สินสูงต้องเสียภาษีสูงกว่าผู้ที่มีมูลค่าทรัพย์สินต่ำ ซึ่งเป็นการแก้ไขปัญหาการใช้ฐาน
ราคาปานกลางของที่ดินปี พ.ศ. 2521 ถึง ปี พ.ศ. 2524 ในการจัดเก็บภาษีบำรุงท้องที่ และแก้ไขปัญหาการใช้
ดุลยพินิจของเจ้าพนักงานประเมินในการกำหนดค่ารายปีหรือค่าเช่าต่อปีกรณีไม่มีค่าเช่าในการจัดเก็บภาษี
โรงเรือนและที่ดิน
        (2) อัตราภาษีที่จัดเก็บสอดคล้องกับการจัดเก็บภาษีโรงเรือนและที่ดินและภาษี
บำรุงท้องที่ปัจจุบัน จึงไม่เป็นการเพิ่มภาระแก่ผู้เสียภาษีมากนัก
         (3) มีการขยายฐานภาษีโดยรวมถึงเจ้าของโรงเรือนอยู่อาศัยเอง (ซึ่งปัจจุบันลดหย่อน
50 ตารางวา ถึง 5 ไร่) โรงเรือนปิดไว้ตลอดปีโดยมิได้ใช้ประโยชน์และห้องชุดอยู่อาศัยเพื่อให้เป็นเจ้าของทรัพย์สิน ผู้ครอบครองหรือทำประโยชน์ในที่ดินของรัฐทุกคนต้องเข้ามาอยู่ในระบบภาษีเนื่องจากได้รับประโยชน์จากบริการของท้องถิ่นเหมือนกัน
         (4) กระตุ้นให้มีการใช้ที่ดินอย่างมีประสิทธิภาพโดยการจัดเก็บภาษีที่ดินที่ทิ้งไว้
ว่างเปล่าหรือมิได้ใช้ประโยชน์ตามควรแก่สภาพที่ดินในอัตราที่สูง
        (5) สนับสนุนการกระจายอำนาจทางการคลังโดยให้ อปท. มีอำนาจออกข้อบัญญัติกำหนดอัตราภาษีเพิ่มขึ้นจากอัตราภาษีที่คณะกรรมการฯ กำหนด
        (6) ท้องถิ่นมีรายได้เพื่อการพัฒนาเพิ่มขึ้นจากการใช้ฐานราคาทรัพย์สินที่เป็นปัจจุบันและการขยายฐานภาษีให้กว้างขึ้น ภายใต้ข้อสมมติฐานอัตราภาษีที่ คณะกรรมการฯ กำหนด ดังนี้ อัตราภาษีเพื่ออยู่อาศัยเอง เกษตรกรรม ทั่วไป ที่ดินว่างเปล่า

อัตราภาษีเพื่ออยู่อาศัยเอง  เกษตรกรรม  ทั่วไป ที่ดินว่างเปล่า
(ร้อยละ)

รายได้เพิ่มขึ้นภายหลังบรรเทาภาระภาษี (ล้านบาท)

ปีที่ 1
(จัดเก็บ 50%)

ปีที่ 2
(จัดเก็บ 75%)

ปีที่ 3
(จัดเก็บ 100%)

0.02 + 0.01 + 0.10 + 0.10

4,387

6,580

8,774

0.05 + 0.025 + 0.25 + 0.25

19,663

29,495

39,327

0.10 + 0.05 + 0.50+0.50

45,124

67,686

90,249


        4. การเตรียมความพร้อม การจัดเก็บภาษีดังกล่าวต้องใช้เวลาเตรียมความพร้อมก่อนการจัดเก็บภาษี 2 ปี ตามบทเฉพาะกาล และต้องจัดทำโครงการเตรียมความพร้อมในการนำภาษีที่ดินและ สิ่งปลูกสร้างมาใช้
        การเตรียมความพร้อมตามบทเฉพาะกาล
        (1) ให้กรมที่ดินจัดทำแผนที่ดิจิทัลเชื่อมโยงกับข้อมูลทะเบียนที่ดินทุกแปลงให้ครบถ้วน ทั่วประเทศภายใน 2 ปี เว้นแต่มีเหตุจำเป็นให้ขยายระยะเวลาไปอีก 1 ปี สำหรับการดำเนินการแผนที่ที่ดินจำนวน 30 ล้านแปลงทั่วประเทศเพื่อให้ อปท. ใช้ในการจัดเก็บภาษี ซึ่งปัจจุบัน อปท. ส่วนใหญ่โดยเฉพาะ อบต. ยังไม่ได้จัดทำแผนที่ภาษี และกรมธนารักษ์ใช้ในการประเมินราคาประเมินทุนทรัพย์ที่ดินรายแปลง
        (2) ประกาศพระราชกฤษฎีกาสิ่งปลูกสร้างที่ใช้จัดเก็บภาษีเพิ่มเติม (ซึ่งปัจจุบันจัดเก็บภาษีโรงเรือนและที่ดิน) และออกกฎกระทรวงเกี่ยวกับหลักเกณฑ์การประเมินราคาทรัพย์สินอื่น         (3) อปท. สำรวจและจัดทำบัญชีรายการที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ประเมินมูลค่าที่ดินและ สิ่งปลูกสร้างและแจ้งการประเมินไปยังผู้เสียภาษี
        (4) คณะอนุกรรมการจัดทำข้อมูลการจัดเก็บภาษีประจำจังหวัดหรือคณะอนุกรรมการ จัดทำข้อมูลการจัดเก็บภาษีประจำกรุงเทพมหานคร แล้วแต่กรณี รวบรวมข้อมูล ประมวลผลข้อมูลที่ อปท. ส่งมาให้แล้วส่งให้คณะกรรมการกำหนดอัตราภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง
        (5) คณะกรรมการกำหนดอัตราภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างกำหนดอัตราภาษี
กระทรวงการคลังพิจารณาเห็นว่านอกจากการเตรียมความพร้อมตามบทเฉพาะกาล ดังกล่าวแล้ว เห็นควรจัดสัมมนาเพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง จัดอบรมเพื่อเตรียมความพร้อมแก่ อปท. เกี่ยวกับการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง การประเมินทรัพย์สินอื่นที่จัดเก็บภาษีโรงเรือนฯ เพิ่มเติมให้ครบถ้วน การจัดทำโครงการศูนย์สาธิตเพื่อเตรียมความพร้อมในการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง

โดย  กรกัญญา  เตชะรุ่งนิรันดร์
สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง






   เก็บไว้เป็น Favorites
   เซ็ทเป็นเว็บเริ่มต้น
   พิมพ์หน้านี้
   ผู้เยี่ยมชม : 2,591,241 
Copyright © 2007 SMaccounting.com All rights reserved. Powered By Man Neo