รับทำบัญชี  ตรวจสอบบัญชี  วางระบบบัญชี  จดทะเบียนบริษัท: ถนนพระราม 2 สมุทรสาคร


19 เมษายน 2562  09:29
ค้นหา
 ข่าวสาร     Page 1
24 ธันวาคม 2561   08:09:49  
ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับภาษี
ถ้าให้ผู้ประกอบการโดยเฉพาะเจ้าของธุรกิจมือใหม่ทุกคนเขียนปัญหาอุปสรรคที่เกิดขึ้นจากการทำธุรกิจของตนใส่ลงบนกระดาษ เชื่อได้ว่าปัญหาที่พบบ่อยเป็นอันดับต้นๆและน่าจะติดอยู่ในสามอันดับแรกยอดนิยมคงจะหนีไม่พ้นในเรื่องของการจ่ายภาษีอย่างแน่นอน

 

ถ้าให้ผู้ประกอบการโดยเฉพาะเจ้าของธุรกิจมือใหม่ทุกคนเขียนปัญหาอุปสรรคที่เกิดขึ้นจากการทำธุรกิจของตนใส่ลงบนกระดาษ เชื่อได้ว่าปัญหาที่พบบ่อยเป็นอันดับต้นๆและน่าจะติดอยู่ในสามอันดับแรกยอดนิยมคงจะหนีไม่พ้นในเรื่องของการจ่ายภาษีอย่างแน่นอน เพราะไม่ว่าจะขยับตัวผันไปจับธุรกิจในด้านไหนก็ตามแต่มักต้องโดนขูดรีดภาษีอยู่ร่ำไป และการเสียภาษีในแต่ละปีต้องหมดเงินไปเป็นจำนวนมหาศาล การใช้เทคนิคพิเศษจะช่วยให้ผู้ประกอบการลดภาระค่าใช้จ่ายไปได้บางส่วน ซึ่งนั่นหมายถึงผลกำไรจากการประกอบธุรกิจที่เพิ่มมากขึ้นนั่นเอง

จ้างนักบัญชีผู้เชี่ยวชาญ

การจ้างนักบัญชีเป็นเทคนิคอย่างแรกที่อยากจะขอแนะนำโดยเฉพาะสำหรับผู้ประกอบการที่พึ่งจะก้าวกระโจนลงมาทำธุรกิจ เพราะนักบัญชีเหล่านี้คือผู้เชี่ยวชาญที่มีความรู้ความสามารถในเรื่องของการประหยัดภาษีให้กับภาคธุรกิจโดยตรง ซึ่งคุณสมบัติดังกล่าวเป็นสิ่งที่ล้ำค่ามากในการทำธุรกิจ นอกจากนี้ประสบการณ์ทางด้านงานบัญชีจะช่วยทำให้บริษัทของผู้ประกอบการมีความสะดวกสบายและแบ็คอัพที่น่าเชื่อถือในสายตาของกรมสรรพากร โดยการพิจารณาจ้างขอให้เลือกใช้บริการของบริษัทรับทำบัญชีโดยตรงมากกว่าที่จะไปจ้างนักบัญชีอิสระเพราะมีคุณภาพและมาตรฐานที่ดีกว่ากันมาก อีกทั้งพนักงานส่วนใหญ่ยังมีใบอนุญาตที่ถูกต้องตามกฎหมายอีกด้วย จึงสามารถเซ็นรับรองได้ทันทีไม่ต้องไปเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มในส่วนนี้อีก

เลือกประเภทของการจัดตั้งธุรกิจให้แน่ชัด

เพราะอัตราในการจ่ายภาษีมีความผันผวนและแตกต่างกันค่อนข้างมากโดยมีปัจจัยขึ้นอยู่กับลักษณะของการจดทะเบียน โดยถ้าเป็นธุรกิจที่มีผู้ประกอบการเป็นเจ้าของแต่เพียงผู้เดียวจะใช้รูปแบบของการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ซึ่งจะอยู่ในรูปแบบอัตราก้าวหน้าที่อาจจะเสียภาษีขั้นสูงสุดถึง 37% ส่วนบริษัทที่เป็นนิติบุคคลจะเสียภาษีในรูปแบบของนิติบุคคลโดยเฉพาะที่สามารถประหยัดเงินไปได้เยอะ โดยเสียในอัตราคงที่และมีขั้นสูงสุดอยู่เพียงแค่ 30% ซึ่งน้อยมากเมื่อเทียบกับลักษณะแบบแรก จึงขอแนะนำให้ผู้ประกอบที่มีรายได้มากกว่า 4 ล้านบาทขึ้นไปเลือกจดทะเบียนจัดตั้งเป็นบริษัทนิติบุคคลน่าจะดีกว่าเพื่อเป็นการรองรับการเติบโตที่จะนำมาสู่รายได้ที่มากขึ้นในอนาคตด้วย แต่จะมีข้อจำกัดอยู่ที่บริษัทนิติบุคคลจะต้องมีการทำบัญชีตามข้อกำหนดทางกฎหมายที่เข้มงวดมากนั่นเอง

จะจ่ายตามจริงหรือแบบเหมาเอาให้แน่

อีกส่วนหนึ่งที่จะมีผลช่วยลดค่าใช้จ่ายที่ต้องชำระให้กรมสรรพากรคือเรื่องการเลือกรูปแบบการหักภาษี ซึ่งทางกรมสรรพากรได้มีช่องทางให้เลือก 2 วิธี คือการคิดแบบตามความเป็นจริงหรือจะใช้อัตราเหมาจ่าย ซึ่งถ้าคิดตามอัตราความเป็นจริงจะได้ในเรื่องความละเอียดด้านค่าใช้จ่ายที่จะเสียภาษีตามความเป็นจริงของรายได้ในปีนั้น แต่ถ้าเป็นการคิดแบบอัตราเหมาจ่ายจะได้ในเรื่องของความสะดวกสบายที่ไม่จำเป็นต้องเก็บรายละเอียดทางด้านการเงินตลอดทั้งปีไว้ซึ่งอาจสูญหายได้นอกจากนี้ยังสามารถหักค่าใช้จ่ายได้มากกว่าความเป็นจริงและกินส่วนต่างได้อีกด้วย

หักสิทธิลดหย่อนให้ครบ

ตามกฎหมายได้ระบุไว้อย่างชัดเจนว่าผู้ประกอบการธุรกิจไม่ว่าจะเป็นส่วนบุคคลหรือนิติบุคคลสามารถใช้สิทธิการหักค่าลดหย่อนเพื่อลดรายจ่ายในด้านภาษีได้ ดังนั้นจึงเป็นโอกาสของผู้ประกอบการที่จะค้นหาว่าการทำธุรกิจของตนเข้าข่ายที่จะได้รับการยกเว้นในเรื่องอะไรบ้างทั้งในแบบส่วนบุคคลและบริษัท ซึ่งอาจจะมีมากกว่าหนึ่งข้อก็เป็นได้ เมื่อค้นพบสิทธิที่ตรงกับตนเองและธุรกิจแล้ว ขั้นต่อมาคือดำเนินการหักให้ได้เยอะมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ จะเป็นวิธีการช่วยเซฟรายจ่ายไปได้ค่อนข้างมากทีเดียว

ซื้อหน่วยลงทุน (LTF)

การซื้อหน่วยลงทุนเป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยลดค่าใช้จ่ายภาษีได้ ซึ่งเป็นการสร้างแรงจูงใจการดำเนินธุรกิจจากนโยบายภาครัฐ โดยผู้ประกอบการสามารถได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี มีเงื่อนไขว่าจะต้องซื้อและถือหน่วยลงทุนไว้ไม่น้อยกว่า 5 ปี (นับตามปีปฏิทิน) ทั้งนี้ การให้สิทธิลดหย่อนภาษีจากการซื้อ LTF เกิดจากการที่รัฐบาลต้องการสนับสนุนให้ลงทุนในหุ้นมากขึ้น โดยเงินซื้อหน่วยลงทุน LTF สามารถนำไปหักลดหย่อนภาษีได้ตามที่ลงทุนจริง สูงสุดไม่เกิน 15% ของเงินได้ในแต่ละปี และต้องไม่เกิน 500,000 บาทด้วย

ทำประกันภัย

การทำประกันภัยในรูปแบบต่างๆให้กับทั้งตัวบริษัทและพนักงานเป็นอีกหนึ่งแนวทางที่ช่วยประหยัดค่าภาษีได้เป็นอย่างดี โดยใช้หลักการเงินนำเอาผลกำไรไปแปลสภาพเป็นรายจ่ายของทางบริษัทที่อยู่ในรูปแบบของการทำประกันภัยให้กับบริษัททั้งวินาศภัย อัคคีภัย วาตภัย ฯลฯ หรือจะทำให้ในส่วนของตัวบุคคลทั้งผู้บริหารและพนักงาน โดยนำกรมธรรม์ที่ได้มาไปใช้เป็นเครื่องมือจัดการในเรื่องภาษีให้กับทางบริษัท ซึ่งสามารถหักค่าลดหย่อนได้ถึง 100% และบริษัทยังมีเงินออมที่ได้จากการทำประกันเอาไว้ใช้สอยในอนาคตอีกด้วย

เข้าเทคโอเว่อร์กิจการอื่นที่น่าจะมีผลกำไร

ผู้ประกอบการสามารถนำเงินผลกำไรที่ได้มานำไปต่อยอดทำธุรกิจต่อได้อีก ด้วยการเข้าซื้อบริษัทที่น่าจะมีผลกำไรหรืออนาคตที่สดใสในธุรกิจเพื่อเป็นการเพิ่มรายจ่ายให้กับบริษัท ซึ่งพอรายจ่ายเพิ่มผลกำไรก็จะลดลงและก็จะจ่ายภาษีในอัตราที่ลดลงด้วย แถมยังได้บริษัทมาบริหารเพิ่มขึ้นอีก 1 กิจการ ทำลักษณะดังกล่าวนี้ต่อไปเรื่อยๆจนเป็นวงจรลูกโซ่จะช่วยลดรายจ่ายในเรื่องของภาษีเป็นอย่างดี ด้วยวิธีการที่เรียกว่าการแตกหน่วยภาษี นั่นเอง

เพราะการเสียภาษีมีส่วนกระทบต่อรายได้ของบริษัทที่ประกอบธุรกิจเป็นอย่างมาก ซึ่งหลายบริษัทมองว่าสิ่งนี้คือปัญหาต่อการเติบโตในอนาคต ซึ่งความจริงแล้วการเสียภาษีไม่ได้เป็นเรื่องยากและสิ้นเปลืองอย่างที่ผู้ประกอบการคิด ขอเพียงมีการดำเนินงานวางแผนการจ่ายภาษีให้ดีและรัดกุมเข้าไว้ แค่เท่านี้ก็สามารถเซฟเงินรายจ่ายทางด้านของภาษีไปได้มาก ที่สำคัญบริษัทของผู้ประกอบการจะมีที่ยืนบนสังคมในอนาคตด้วยและไม่ต้องคอยหลบๆซ่อนๆกับกรมสรรพากรอีกต่อไป






   เก็บไว้เป็น Favorites
   เซ็ทเป็นเว็บเริ่มต้น
   พิมพ์หน้านี้
   ผู้เยี่ยมชม : 2,549,540 
Copyright © 2007 SMaccounting.com All rights reserved. Powered By Man Neo