รับทำบัญชี  ตรวจสอบบัญชี  วางระบบบัญชี  จดทะเบียนบริษัท: ถนนพระราม 2 สมุทรสาคร


15 พฤศจิกายน 2562  00:13
ค้นหา
 ข่าวสาร     Page 1
24 ธันวาคม 2561   08:06:10  
การจำหน่ายหนี้สูญ กับผลเสียหายอันเนื่องมาจากการประกอบกิจการ
หนี้ที่เจ้าหนี้ไม่ได้รับชำระนั้น ไม่ใช่ว่าจะสามารถนำมาจำหน่ายหนี้สูญในทางภาษีอากรได้ทุกกรณี การที่จะทราบว่ากรณีใดจะเข้าหลักเกณฑ์การจำหน่ายหนี้สูญตามมาตรา 65 ทวิ (9) แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับกฎกระทรวงฉบับที่ 186 (พ.ศ.2534) หรือกรณีใดจะเข้าหลักเกณฑ์ที่ต้องนำมาหักเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิ เพราะเป็นผลเสียหายอันเนื่องมาจากการประกอบกิจการ ไม่เข้าลักษณะเป็นรายจ่ายต้องห้ามตามมาตรา 65 ตรี (12) แห่งประมวลรัษฎากร ความแตกต่างดังกล่าวจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ผู้อ่านควรทราบ เพราะต่างมีหลักเกณฑ์ในการดำเนินการทางภาษีอากรแตกต่างกัน ก็เพื่อประโยชน์ที่ถูกต้องทางภาษีอากร

การจำหน่ายหนี้สูญ กับผลเสียหายอันเนื่องมาจากการประกอบกิจการ

ผู้เขียน: 
สุรีย์ลักษณ์ ธนากิจไพศาล

หนี้ที่เจ้าหนี้ไม่ได้รับชำระนั้น ไม่ใช่ว่าจะสามารถนำมาจำหน่ายหนี้สูญในทางภาษีอากรได้ทุกกรณี การที่จะทราบว่ากรณีใดจะเข้าหลักเกณฑ์การจำหน่ายหนี้สูญตามมาตรา 65 ทวิ (9) แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับกฎกระทรวงฉบับที่ 186 (พ.ศ.2534) หรือกรณีใดจะเข้าหลักเกณฑ์ที่ต้องนำมาหักเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิ เพราะเป็นผลเสียหายอันเนื่องมาจากการประกอบกิจการ ไม่เข้าลักษณะเป็นรายจ่ายต้องห้ามตามมาตรา 65 ตรี (12) แห่งประมวลรัษฎากร ความแตกต่างดังกล่าวจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ผู้อ่านควรทราบ เพราะต่างมีหลักเกณฑ์ในการดำเนินการทางภาษีอากรแตกต่างกัน ก็เพื่อประโยชน์ที่ถูกต้องทางภาษีอากร

ก) ลักษณะของหนี้สูญที่จะตัดจำหน่ายจากบัญชีลูกหนี้

1. หนี้ที่มีลักษณะโดยพื้นฐานเกี่ยวข้องกับกิจการ ได้แก่หนี้ดังต่อไปนี้

1.1 หนี้จากการประกอบกิจการ หมายถึง หนี้ที่เกิดจากการดำเนินการค้าตามปกติของกิจการ ในทางบัญชีเรียกว่า ลูกหนี้การค้า (Account Receivable)

1.2 หนี้เนื่องจากการประกอบกิจการ หมายถึง หนี้ซึ่งไม่ได้เกิดจากการดำเนินการค้าตามปกติของกิจการ แต่เกี่ยวเนื่องกับการประกอบกิจการ ในทางบัญชีเรียกว่า ลูกหนี้อื่น (Other Receivable)

1.3 หนี้ที่ได้รวมเป็นเงินได้ในการคำนวณกำไรสุทธิ หมายถึง หนี้ที่ได้เคยรับรู้เป็นรายได้ในการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีแล้ว
หนี้นั้นอาจจะเข้าลักษณะใดลักษณะหนึ่งในสามประการข้างต้นก็ได้ แต่ตามแนวปฏิบัติของกรมสรรพากร 1นั้น การจำหน่ายหนี้สูญจะต้องเป็นหนี้ที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลได้รับรู้เป็นรายได้และนำไปเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลแล้วเท่านั้น ซึ่งเท่ากับว่าทางปฏิบัตินอกจากจะเข้าลักษณะข้อ 1.1 หรือข้อ 1.2 แล้ว ยังต้องเข้าข้อ 1.3 ด้วย

2. ไม่รวมหนี้ที่ผู้เป็นหรือเคยเป็นกรรมการหรือหุ้นส่วนผู้จัดการเป็นลูกหนี้ ไม่ว่าหนี้นั้นจะเกิดขึ้นก่อนหรือในขณะที่ผู้นั้นเป็นกรรมการหรือหุ้นส่วนผู้จัดการ

3. ต้องเป็นหนี้ที่ยังไม่ขาดอายุความและมีหลักฐานชัดแจ้ง ที่สามารถฟ้องลูกหนี้ได้  กฎกระทรวงฯดังกล่าวใช้คำว่า “หลักฐาน” เท่านั้น ไม่จำต้องทำเป็นสัญญาโดยชัดแจ้ง หลักฐานที่จะฟ้องร้อง

ลูกหนี้ได้นั้นจะต้องทำขึ้นมาซึ่งต้องให้เจ้าพนักงานเชื่อถือได้ เช่น ใบส่งของ หนังสือรับสภาพหนี้ หรือเช็คที่ขึ้นเงินไม่ได้ เป็นต้น แต่ยังมีหนี้บางประเภทที่กฎหมายบังคับให้ต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือจึงจะสามารถฟ้องร้องบังคับคดีได้ เช่น การเช่าอสังหาริมทรัพย์ การให้กู้ยืมเงินเกินกว่า 2,000 บาท เป็นต้น ซึ่งหากหนี้เหล่านี้ไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือตามที่กฎหมายกำหนดก็จะจำหน่ายเป็นหนี้สูญไม่ได้2 

ตัวอย่าง  ลูกหนี้จากการประกอบกิจการเป็นปกติของบริษัท เช่น กรณีบริษัทประกอบกิจการผลิตเมล็ดพันธุ์พืชเพื่อขาย บริษัทได้ทดรองจ่ายปุ๋ย ยา อุปกรณ์ทางการเกษตรให้แก่เกษตรกร บันทึกบัญชีขายและมีข้อตกลงซื้อเมล็ดพันธุ์พืชจากเกษตรกร โดยมีเงื่อนไขให้เกษตรกรต้องชำระค่าสินค้าคืนให้บริษัทเป็นเงินสด หรือหักชำระจากเงินค่าซื้อเมล็ดพันธุ์ลูกผสมที่เกษตรกรผลิตได้นำขายให้แก่บริษัทอันมีลักษณะเป็นการหักกลบลบหนี้ เมื่อเกษตรกรเป็นลูกหนี้ไม่สามารถชำระหนี้ค่าสินค้าคืนแก่บริษัท ย่อมเข้าลักษณะเป็นหนี้ที่เกิดจากการประกอบกิจการเป็นปกติของบริษัท บริษัทมีสิทธิจำหน่ายหนี้สูญจากบัญชีลูกหนี้ได้ กรณีไม่ถือเป็นผลเสียหายอันเนื่องจากการประกอบกิจการที่ไม่มีประกัน ดังนั้น จึงต้องห้ามนำไปถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิของบริษัทฯ ตามมาตรา 65 ตรี (12) แห่งประมวลรัษฎากร3

กรมสรรพากรมีแนววินิจฉัยทำนองว่า การให้กู้ยืมเงิน4หรือการให้เช่าทรัพย์ (ซึ่งต้องอยู่ในวัตถุประสงค์ของบริษัท ) เป็นหนี้จากการประกอบกิจการหรือเนื่องจากการประกอบกิจการ หากบริษัทไม่ได้รับชำระหนี้ และได้ปฏิบัติตามวิธีการในกฎกระทรวงฯ แล้ว ย่อมเป็นกรณีที่จำหน่ายหนี้สูญได้ 

ข) ผลเสียหายอันเนื่องมาจากการประกอบกิจการ 

คำว่า “ผลเสียหายอันเนื่องมาจากการประกอบกิจการ” นั้น มีที่มาจาก “ผลเสียหายอันอาจได้กลับคืน เนื่องจากการประกันหรือสัญญาคุ้มกันใดๆ” อันถือว่าเป็นรายจ่ายต้องห้ามตามมาตรา 65 ตรี (12) แห่งประมวลรัษฎากร แต่หากแปลความบทบัญญัติดังกล่าวในทางกลับกันแล้ว หากปรากฏว่าหนี้ที่เกิดขึ้นนั้นเป็นผลเสียหายอันเนื่องมาจากการประกอบกิจการ และที่สำคัญเป็นผลเสียหายอันไม่อาจได้กลับคืนเนื่องจากการประกันหรือสัญญาคุ้มกันใดๆ บริษัทก็สามารถนำมาลงเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลได้
ตัวอย่าง กรณีที่บริษัทฯ ถูกขโมยเช็คและมีการปลอมแปลงลายมือชื่อของผู้มีอำนาจสั่งจ่ายและประทับตรายางของบริษัทฯ แล้วนำไปขึ้นเงินกับธนาคาร โดยบริษัทฯ ได้ดำเนินการแจ้งความร้องทุกข์

ต่อเจ้าพนักงานสอบสวน และอยู่ในระหว่างการดำเนินคดีนั้น กรณีถือได้ว่าเป็นผลเสียหายอันเนื่องจากการประกอบกิจการ ดังนั้นหากผลเสียหายดังกล่าวมิอาจได้กลับ คืนมาเนื่องจากการประกันหรือสัญญาคุ้มภัยใดๆ บริษัทฯ ย่อมมีสิทธินำผลเสียหายที่เกิดขึ้นมาหักเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลได้ในรอบระยะเวลาบัญชีนั้น ไม่ต้องห้ามตามมาตรา 65 ตรี (12) และ (13) แห่งประมวลรัษฎากร5

การพิจารณาว่ากรณีใดคือหนี้สูญ  และกรณีใดคือผลเสียหายอันเนื่องมาจากการประกอบกิจการ ความสำคัญก็คือ ต้องพิจารณาว่าเป็นนิติกรรมหรือนิติเหตุที่เกี่ยวเนื่องกับกิจการ

หนี้สูญ จะมีที่มาจากการทำนิติกรรม6 หรือสัญญาต่างๆ แล้วผลสุดท้ายคือไม่สามารถติดตามทวงหนี้ได้ เช่น บริษัทรุ่งเรืองทำสัญญาขายสินค้าราคา 90,000 บาทให้กับบริษัทรุ่งริ่ง โดยบริษัทรุ่งเรืองชำระหนี้คือส่งมอบสินค้าให้เรียบร้อยแล้ว แต่บริษัทรุ่งริ่งยังไม่ได้ชำระค่าสินค้า จนบริษัทรุ่งเรืองได้มีหนังสือติดตามทวงถามให้ชำระหนี้แล้ว แต่ไม่ได้ชำระหนี้ จนเป็นที่แน่ใจว่าบริษัทรุ่งเรืองจะไม่ได้รับชำระหนี้อย่างแน่แท้ แล้วมีหนังสือของทนายความว่าไม่คุ้มที่จะฟ้องคดี บริษัทรุ่งเรืองก็มีสิทธิจำหน่ายหนี้สูญนี้ได้

ผลเสียหายอันเนื่องมาจากการประกอบกิจการ มักจะมีที่มาจากนิติเหตุ7 เช่น การทำละเมิดต่อบริษัทหรือเหตุอื่นที่ไม่สามารถคาดการณ์และป้องกันได้ล่วงหน้า แต่ไม่ใช่ว่าการละเมิดทุกกรณีจะเป็นผลเสียหายที่นำมาลงเป็นรายจ่ายของบริษัทได้ หากแต่ต้องเป็นนิติเหตุที่ทำให้เกิดความเสียหายที่เกี่ยวเนื่องจากการประกอบกิจการของบริษัทด้วย

แต่อย่างไรก็ดี ไม่ว่าจะเป็นหนี้สูญ หรือผลเสียหายอันเนื่องมาจากการประกอบกิจการ ก็มีองค์ประกอบร่วมกัน คือ ต้องเกิดขึ้นอันเนื่องมาจากกิจการทั้งสิ้น เพียงแต่ในกรณีของหนี้สูญนั้น อาจมีทั้งกรณีที่เป็นหนี้ที่เกิดจากการประกอบกิจการเป็นปกติโดยตรงและเป็นหนี้ที่เกี่ยวเนื่องกับการประกอบ

กิจการก็ได้ ส่วนผลเสียหายเนื่องมาจากการประกอบกิจการนั้นเพียงแต่เกี่ยวเนื่องกับการประกอบกิจการก็นำมาเป็นรายจ่ายได้แล้ว  ไม่จำเป็นต้องเกิดจากการประกอบกิจการปกติโดยตรง

ตัวอย่างที่ 1 กรณีบริษัทฯ ถูกพนักงานฉ้อโกง8 เป็นเหตุให้บริษัทฯ ได้รับความเสียหาย และพนักงานอัยการได้ดำเนินการฟ้องร้องต่อศาล โดยคำขอท้ายฟ้องได้ขอให้ศาลสั่งให้จำเลยคืนเงินจำนวน 32,100,000 บาท ที่ได้ฉ้อโกงบริษัทฯไปนั้น ถือได้ว่าความเสียหายดังกล่าวเป็นผลเสียหายอันเนื่องมาจากการประกอบกิจการ หากผลเสียหายดังกล่าวบริษัทฯ ไม่อาจได้กลับคืนเนื่องจากการประกันหรือสัญญาคุ้มกันใดๆ บริษัทฯ มีสิทธินำมาหักเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลได้ ไม่ต้องห้ามตามมาตรา 65 ตรี (12) แห่งประมวลรัษฎากร โดยบริษัทฯ ต้องลงเป็นรายจ่ายในรอบระยะเวลาบัญชีที่ผลเสียหายดังกล่าวเกิดขึ้น ซึ่งได้แก่รอบระยะเวลาบัญชีที่พนักงานฉ้อโกงและเมื่อบริษัทฯ ได้รับชำระหนี้ดังกล่าว ไม่ว่าทั้งหมด หรือบางส่วนในรอบระยะเวลาบัญชีใด ก็ให้นำจำนวนหนี้ที่ได้รับชำระแล้วนั้น ไปลงเป็นรายได้ในการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลในรอบระยะเวลาบัญชีนั้น ทั้งนี้ตามมาตรา 65 แห่งประมวลรัษฎากร

ข้อสังเกต จากตัวอย่างนี้จะเห็นได้ว่าการที่บริษัทถูกพนักงานฉ้อโกงไป ไม่ใช่เป็นหนี้ที่พนักงานมีหน้าที่ต้องชำระให้แก่บริษัท แต่เป็นการทำละเมิดที่พนักงานได้ฉ้อโกงบริษัท ทำให้บริษัทได้รับความเสียหาย ซึ่งถือว่าเป็นกรณีเกี่ยวเนื่องกับการประกอบกิจการ เพราะเป็นการฉ้อโกงเงินที่บริษัทควรได้รับจากกิจการ กรณีจึงสามารถนำมาลงเป็นรายจ่ายดังตัวอย่างที่กล่าวข้างต้นได้ 

ตัวอย่างที่ 2 พนักงานของบริษัทไปเก็บเงินจากลูกหนี้ (ลูกค้าของบริษัท) แล้วยักยอกเงินนั้นไป บริษัทได้ดำเนินการฟ้องคดีแพ่งและคดีอาญาแล้ว กรณีจึงไม่ใช่เป็นเรื่องหนี้สูญ เพราะถือว่าลูกหนี้ชำระหนี้ให้บริษัทแล้ว แต่เป็นละเมิดจึงเป็นผลเสียหายอันเนื่องมาจากการประกอบกิจการ ซึ่งหักเป็นรายจ่ายได้โดยมีหลักฐานประกอบ เช่น การแจ้งความหรือการดำเนินคดีในศาล

ข้อสังเกต จากตัวอย่างนี้จะเห็นได้ว่าพนักงานไปเก็บเงินจากลูกหนี้ให้แก่นายจ้างแล้ว แต่กลับยักยอกเอาเงินนั้นไป จึงถือว่าลูกหนี้ได้ชำระหนี้แล้ว เพียงแต่เงินยังไปไม่ถึงนายจ้างเท่านั้น ซึ่งหากไม่มีการยักยอกเกิดขึ้น นายจ้างย่อมได้รับเงินนั้นแล้ว กรณีจึงเป็นผลเป็นเสียหายอันเนื่องมาจากการประกอบกิจการ

ตัวอย่างที่ 3 กรณีเกิดไฟไหม้ร้านค้าของบริษัทเสียหายทั้งหมด อันเป็นนิติเหตุที่เกิดขึ้นโดยไม่อาจคาดหมายและป้องกันได้ล่วงหน้า กรณีจึงเป็นผลเสียหายจากการประกอบกิจการ สามารถลงเป็นรายจ่ายได้ทั้งหมด ถ้าหากไม่สามารถเรียกเงินค่าเสียหายจากการประกันอัคคีภัยได้

ข้อสังเกต จากตัวอย่างนี้จะเห็นได้ว่าเมื่อเกิดเหตุไฟไหม้ร้านค้าของบริษัท ร้านค้าเกิดขึ้นได้จากการที่บริษัทได้จ่ายเงินค่าก่อสร้างไป และได้รับประโยชน์คือได้ใช้ในการประกอบกิจการ แต่เมื่อไม่อาจใช้ได้อีกต่อไปเพราะเหตุคือไฟไหม้ กรณีจึงเป็นผลเป็นเสียหายอันเนื่องมาจากการประกอบกิจการ

ตัวอย่างที่ 4 บริษัทส่งสินค้าไปขายต่างจังหวัดระหว่างทางขนส่งถูกปล้น และบริษัทขนส่งทำหนังสือรับรองว่าถูกปล้นจริง กรณีนี้ไม่ใช่เรื่องหนี้สูญ แต่เป็นนิติเหตุที่ทำให้เกิดความเสียหายแก่บริษัท จึงเป็นผลเสียหายอันเนื่องมาจากการประกอบกิจการ ซึ่งสามารถลงเป็นรายจ่ายได้ ถ้าหากมีหลักฐานครบถ้วน

ข้อสังเกต จากตัวอย่างนี้จะเห็นได้ว่าผู้ขนส่งมีหน้าที่ต้องนำสินค้าของบริษัทไปส่งให้แก่ลูกค้า แต่มีเหตุถูกปล้นระหว่างทาง จึงทำให้บริษัทไม่สามารถส่งมอบสินค้าให้แก่ลูกค้าได้ ทำให้เกิดความเสียหาย อันเป็นผลเสียหายอันเนื่องมาจากการประกอบกิจการ

บทสรุป

การพิจารณาแยกรายจ่ายลักษณะที่เป็นหนี้สูญกับผลเสียหายอันเนื่องมาจากการประกอบกิจการ ก็เพื่อประโยชน์ในการลงรายจ่ายในทางภาษีเงินได้นิติบุคคลของบริษัทให้ถูกต้องนั่นเอง เพราะหากเป็นผลเสียหายอันเนื่องมาจากการประกอบกิจการตามหลักเกณฑ์ข้างต้นก็จะไม่ต้องห้ามนำมาลงเป็นรายจ่ายทางภาษีอากรและสามารถนำมาลงเป็นรายจ่ายในรอบระยะเวลาบัญชีที่เกิดรายการดังกล่าวขึ้น แต่ถ้าเป็นรายจ่ายประเภทหนี้สูญแล้ว การที่จะนำมาลงเป็นรายจ่ายทางภาษีอากรได้ก็ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงฉบับที่ 186 (พ.ศ.2534) ก่อน จึงจะสามารถนำมาลงเป็นรายจ่ายประเภทหนี้สูญได้ ดังนั้นผู้เขียนจึงขอแนะนำให้ท่านผู้อ่านโปรดพิจารณาหลักเกณฑ์ข้างต้นให้ดี เพื่อก่อให้เกิดประโยชน์ทางภาษีอากร มิฉะนั้นอาจทำให้เกิดผลเสียหายทางภาษีอากรแทนได้






   เก็บไว้เป็น Favorites
   เซ็ทเป็นเว็บเริ่มต้น
   พิมพ์หน้านี้
   ผู้เยี่ยมชม : 2,594,406 
Copyright © 2007 SMaccounting.com All rights reserved. Powered By Man Neo