รับทำบัญชี  ตรวจสอบบัญชี  วางระบบบัญชี  จดทะเบียนบริษัท: ถนนพระราม 2 สมุทรสาคร


15 พฤศจิกายน 2562  00:12
ค้นหา
 ข่าวสาร     Page 1
16 มีนาคม 2554   16:43:13  
คําพิพากษาศาลฎีกาที่ 1233/2551-ใบกำกับภาษีที่ออกโดยไม่มีสิทธิออก
ฎีกาภาษี

 4_440_03

คําพิพากษาศาลฎีกาที่ 1233/2551

ห้างหุ้นส่วนจำกัดชัยพิทักษ์ โจทก์

กรมสรรพากร จำเลย

ข้อเท็จจริง

โจทก์นำใบกำกับภาษีเลขที่ 05/201 ระบุชื่อบริษัทเค สกายโฮลดิ้ง จำกัด เป็นผู้ออกให้ตามเอกสารหมาย ล.1 แผ่นที่ 69 ใบกำกับภาษีเลขที่ 025/1210, 025/1211, 025/1229, 025/1234 ระบุชื่อบริษัทเอ็กซ์ตร้า บิสซิเนส แอนด์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด เป็นผู้ออกให้ตามเอกสารหมาย ล.1 แผ่นที่ 73, 75, 77, และ 79 ใบกำกับภาษีเลขที่ 022/1075, 022/1083, 022/1088 ระบุชื่อบริษัทพร๊อพเพอร์ตี้ ดีเวลลิปเมนท์ แอนด์ ซัพพลาย จำกัด เป็นผู้ออกให้ตามเอกสารหมาย ล.1 แผ่นที่ 83 ถึง 85 ใบกำกับภาษีเลขที่ 08/84 (03/114), 03/115, 03/116 บริษัทเอ แอนด์ จี จันทรศร คอนสตรั๊กชั่น จำกัด ออกให้ตามเอกสาร ล.1 แผ่นที่ 284 ถึง 286 มาใช้แสดงเป็นภาษีซื้อในการยื่นแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรัลเดือนภาษีสิงหาคม 2540 ตามมาตรา 82/3 แห่งประมวลรัษฎากร

เจ้าพนักงานประเมินของจำเลยเห็นว่าโจทก์ไม่สามารถพิสูจน์การจ่ายเงินตามใบกำกับภาษีดังกล่าวได้โดยสมบูรณ์ จึงถือว่าใบกำกับภาษีดังกล่าวเป็นใบกำกับภาษีที่ผู้ได้รับประโยชน์ไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าบุคคลใดเป็นผู้ออกใบกำกับภาษีให้ ถือว่าเป็นใบกำกับภาษีที่ออกโดยมิชอบด้วยกฎหมายตามมาตรา 82/5(5) ต้องเสียเบี้ยปรับ 2 เท่า ตามมาตรา 89(7) แห่งประมวลรัษฎากร

โจทก์อุทธรณ์การประเมินต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ว่า บริษัทที่ออกใบกำกับภาษีทั้งสี่บริษัทดังกล่าวเป็นบริษัทที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย มีที่อยู่แน่นอน และเป็นบริษัทที่ได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มชอบด้วยกฎหมาย ใบกำกับภาษีที่บริษัททั้งสี่ออกให้โจทก์จึงเป็น ใบกำกับภาษีที่โจทก์มีสิทธินำมาหักภาษีซื้อได้

คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์พิจารณาแล้วให้ยกอุทธรณ์ในประเด็นนี้

โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลภาษีอากรกลาง โดยฟ้องกรมสรรพากรเป็นจำเลย

ศาลภาษีอากรกลางพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

คำวินิจฉัยศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรประชุมปรึกษาแล้ว ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ข้อแรกมีว่า ใบกำกับภาษีเลขที่ 05/201, 025/1210, 025/1229, 025/1234, 022/1075, 022/1083, 022/1088, 03/114, 03/115 และ 03/116 สำหรับเดือนภาษีสิงหาคม 2540 เป็นใบกำกับภาษีซื้อต้องห้ามไม่ให้นำมาหักในการคำนวณภาษีตามมาตรา 82/5(5) แห่งประมวลรัษฎากรหรือไม่

โจทก์อุทธรณ์ว่า ขณะที่โจทก์จ่ายเงินชำระราคาตามใบกำกับภาษี บริษัทที่ออกใบกำกับภาษีเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ถูกต้องตามกฎหมาย แม้ต่อมาจะปรากฏว่าบริษัทเหล่านั้นจะได้จดทะเบียนเลิกบริษัท หรือถูกขีดฆ่าเป็นบริษัทร้างหรือไม่ยื่นแบบ ภ.พ. 30 ในเดือนสิงหาคม 2540 และไม่พบการนำส่งภาษีตาม ใบกำกับภาษีที่ออกให้โจทก์ของบริษัทเหล่านั้นให้แก่จำเลยก็ตาม ก็เป็นหน้าที่ของจำเลยต้องเรียกบริษัทเหล่านั้นมาตรวจสอบ มิใช่หน้าที่ของโจทก์ที่จะต้องนำบริษัทที่ออกใบกำกับภาษีให้โจทก์มาชี้แจง ส่วนเรื่องให้โจทก์พิสูจน์การชำระเงินตามใบกำกับภาษีดังกล่าวก็ไม่มีกฎหมายกำหนดไว้ จึงไม่ใช่ประเด็นสำคัญที่โจทก์ต้องพิสูจน์

เห็นว่า คำเบิกความของนางสาวพรทิพย์ สุขเดช ผู้รับมอบอำนาจโจทก์อ้างว่า ใบกำกับภาษีที่ออกโดยบริษัทเค สกายโฮลดิ้ง จำกัด โจทก์จ่ายเงินชำระราคาตามใบกำกับภาษีดังกล่าวเป็นเช็คระบุชื่อบุคคล ไม่ได้ระบุชื่อสั่งจ่ายบริษัท เค สกายโฮลดิ้ง จำกัด และสั่งจ่ายเป็นเงินเพียง 4,000,000 บาท ส่วนที่เหลืออ้างว่าจ่ายเป็นเงินสด แต่โจทก์ก็มิได้แสดงเหตุผลว่าเหตุใดจึงไม่สั่งจ่ายเช็คระบุชื่อบริษัทผู้ขายสินค้าเป็นผู้รับเงินโดยตรง สำหรับบริษัทพร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเมนท์ แอนด์ ซัพพลาย จำกัด และบริษัทเอ็กซ์ตร้า บิสซิเนส แอนด์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด โจทก์ก็อ้างว่าโจทก์ชำระเงินให้บริษัททั้งสองเป็นเช็ค ไม่ตรงกับจำนวนเงินตามใบกำกับภาษีที่บริษัท ทั้งสองออกให้ และอ้างว่าเช็คที่โจทก์ออกให้แก่บริษัททั้งสองดังกล่าวเป็นเช็คธนาคารกรุงเทพพาณิชยการ จำกัด ซึ่งปิดกิจการไปแล้ว จึงไม่มีหลักฐานของธนาคารมาแสดงได้ ส่วนใบกำกับภาษีของบริษัทเอ แอนด์ จี จันทรศร คอนสตรั๊กชั่น จำกัด โจทก์ชำระเป็นเช็คของธนาคารกรุงเทพพาณิชยการ จำกัด อีกเช่นกัน โจทก์จึงไม่สามารถนำรายการบัญชีธนาคารของโจทก์มาแสดงได้ การที่โจทก์อ้างว่าจำนวนเงินตามเช็คอาจไม่ตรงกับจำนวนเงินตามใบกำกับภาษีเนื่องจากในการสั่งซื้อสินค้าผู้ขายจะส่งสินค้าพร้อมใบส่งของมาให้ก่อน ต่อมาจึงตรวจสอบสินค้าว่าถูกต้องตรงกันหรือไม่แล้วจ่ายเงินกัน ในภายหลังนั้น ข้ออ้างดังกล่าวของโจทก์มิได้แสดงว่าผู้ขายใบกำกับภาษีให้โจทก์ก่อนที่โจทก์จะตรวจสอบสินค้าและชำระเงิน ดังนั้น เมื่อ ผู้ขายเพียงแต่ออกใบส่งของให้ก่อน หากโจทก์ตรวจสอบสินค้าแล้วไม่ครบหรือไม่ตรงกับที่ซื้ออันทำให้โจทก์ชำระราคาต่ำกว่าที่ตกลงซื้อ ผู้ขายก็ควรจะออกใบกำกับภาษีให้ตรงกับที่มีการซื้อขายและชำระราคากันจริง ข้ออ้างของโจทก์จึงเลื่อนลอยไม่น่าเชื่อถือ

นอกจากนี้ที่โจทก์อ้างว่าบริษัทเค สกาย โฮลดิ้ง จำกัด บริษัทพร๊อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเมนท์ แอนด์ ซัพพลาย จำกัด และบริษัทเอ็กซ์ตร้า บิสซิเนส แอนด์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด ล้วนเป็นที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มถูกต้องตามกฎหมายทั้งสิ้น บริษัทเหล่านี้จึงมีสิทธิออกใบกำกับภาษีให้แก่โจทก์ได้นั้น

เห็นว่า ผู้ที่จะมีสิทธิออกใบกำกับภาษีได้นอกจากต้องเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว ยังต้องปรากฎด้วยว่าผู้ประกอบการนั้นได้ขายสินค้าหรือให้บริการ และได้รับชำระราคาสินค้าหรือบริการนั้น หรือเมื่อความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเกิดขึ้นในกรณี อื่นตามมาตรา 86 แห่งประมวลรัษฎากร หาใช่ว่า ใบกำกับภาษีที่ออกโดยผู้ประกอบการจดทะเบียนจะเป็นใบกำกับภาษีที่ชอบด้วยกฎหมายทุกกรณีหรือไม่ ยิ่งไปกว่านั้นยังได้ความตามทางนำสืบของจำเลยว่า จำเลยได้สอบยันบริษัทเค สกายโฮลดิ้ง จำกัด ผู้ออกใบกำกับภาษีเลขที่ 05/201 แล้ว พบว่าที่ตั้งของบริษัทมีลักษณะเป็นทาวน์เฮ้าส์ 2 ชั้น วันที่เข้าตรวจบ้านดังกล่าว ปิดไม่มีคนอยู่ สอบถามบ้านข้างเคียงไม่สามารถให้รายละเอียดได้ ได้ส่งหนังสือเชิญพบกรรมการผู้จัดการทางไปรษณีย์ลงทะเบียนปรากฏว่าส่ง ไม่ได้ และไม่มีผู้รับภายในกำหนด เมื่อขอคัด หลักฐานหนังสือรับรองการจดทะเบียนพบว่ายังไม่ได้แจ้งย้ายสถานประกอบการหรือจดทะเบียนเลิกบริษัท ต่อมาพบว่าบริษัทดังกล่าวถูกขีดฆ่าชื่อเป็นบริษัทร้างเมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2543 ตามเอกสารหมาย ล.1 แผ่นที่ 67

การสอบยันบริษัทเอ็กซ์ตร้า บิสซิเนส แอนด์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด พบว่าแม้บริษัท นี้จะได้ยื่นยอดขายเดือนสิงหาคม 2540 ตาม ภ.พ.30 เอกสารหมาย ล.1 แผ่นที่ 72 ลำดับที่ 9 แต่ก็พิสูจน์ไม่ได้ว่าบริษัทนำใบกำกับภาษีที่โจทก์นำมาขอคืนภาษีซื้อมารวมเป็นยอดขายในเดือนสิงหาคม 2540 หรือไม่ และปรากฏว่าบริษัทนี้ได้จดทะเบียนเลิกบริษัทเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2541 และชำระบัญชีเสร็จสิ้นแล้วเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2541 ตามเอกสารหมาย ล.1 แผ่นที่ 260

ส่วนบริษัทพร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเมนท์ แอนด์ ซัพพลาย จำกัด สอบยันแล้วพบว่าที่ตั้งบริษัทมีลักษณะเป็นตึกแถวคูหาเดียว ปกติไม่มีการขายสินค้าที่หน้าร้าน ลูกค้าจะสั่งซื้อทางโทรศัพท์ หลักฐานใบกำกับภาษีที่ตรวจพบแต่ละฉบับยอดขายสูงมาก จากการสังเกตการณ์เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2543 พบว่าสถานประกอบการปิด พฤติการณ์ในการประกอบกิจการของบริษัทไม่น่าเชื่อถือตามบันทึกข้อความเอกสารหมาย ล.1 แผ่นที่ 259

สำหรับบริษัทเอ แอนด์ จี จันทรศร คอนสตรั๊กชั่น จำกัด จากการสอบยันพบว่าบริษัทนี้ไม่ยื่นภาษีขายตามแบบ ภ.พ.30 ในเดือนสิงหาคม 2540 สำหรับสถานประกอบการของบริษัทนี้ เป็นบ้านครึ่งตึกครึ่งไม้ ลักษณะเป็นบ้านอยู่อาศัยไม่ใช่สำนักงาน สอบถามบุคคลในบ้านซึ่งระบุว่าเป็นญาติของนายอาจ จันทรศร กรรมการ ผู้จัดการแจ้งให้ทราบว่า นายอาจเลิกกิจการไปเมื่อปลายปี 2540 ได้แจ้งให้นายอาจมาพบ เจ้าพนักงานถึง 2 ครั้ง นายอาจไม่มาพบ ตามเอกสารหมาย ล.1 แผ่นที่ 235 เมื่อเจ้าพนักงานแจ้งให้โจทก์นำหลักฐานการจ่ายเงินตามใบกำกับภาษีพิพาทมาแสดง โจทก์ก็ไม่สามารถนำหลักฐานการจ่ายเงินมาชี้แจงให้จัดเชนว่าโจทก์ได้จ่ายเงินให้บริษัทผู้ออกใบกำกับภาษีดังกล่าว โจทก์คงอ้างลอยๆ ว่าเหตุที่ชำระราคาไม่ตรงกับใบกำกับภาษีเพราะชำระเป็นเช็คบางส่วน บางส่วนชำระเป็นเงินสดเท่านั้น

เมื่อโจทก์นำสืบได้ความแต่เพียงเท่านี้ ทั้งๆ ที่โจทก์เป็นบริษัทจดทะเบียนเป็นผู้ประกอบการมานานแล้ว โจทก์มีหน้าที่ต้องยื่นเสียภาษีแก่จำเลยตลอดมา โจทก์ย่อมต้องทราบดีว่าโจทก์มีสิทธินำภาษีซื้อมาคำนวณภาษีได้เป็นประโยชน์แก่บริษัทของโจทก์เอง โจทก์ควรต้องเก็บหลักฐานการชำระเงินแก่คู่ค้าของโจทก์ให้ครบถ้วนเพื่อแสดงให้เห็นว่า โจทก์ได้ชำระราคาสินค้าให้แก่คู่ค้าจริง อันจะทำให้โจทก์มีสิทธินำภาษีซื้อมาหักในการยื่นแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่มของโจทก์

เมื่อโจทก์เป็นฝ่ายกล่าวอ้างโดยเป็นผู้ได้รับประโยชน์ในการนำใบกำกับภาษีซื้อไปใช้เครดิตภาษีหรือขอคืนภาษี ภาระการพิสูจน์ว่าใบกำกับภาษีซื้อออกโดยถูกต้องแท้จริงและชอบด้วยกฎหมายจึงตกอยู่แก่โจทก์อีกด้วย แต่โจทก์ไม่สามารถพิสูจน์ได้ตามข้ออ้าง ข้อเท็จจริงจึงฟัง ได้ว่า บริษัททั้งสี่ดังกล่าวออกใบกำกับภาษีซื้อ ให้แก่โจทก์โดยไม่มีการขายสินค้า ถือว่าใบกำกับภาษีดังกล่าวเป็นใบกำกับภาษีที่ออกโดยผู้ไม่มีสิทธิออกใบกำกับภาษี โจทก์จึงไม่อาจนำภาษีซื้อตามใบกำกับภาษีนั้นมาหักในการคำนวณภาษีตามมาตรา 82/5(5) ที่ศาลภาษีอากรกลางพิพากษาในปัญหานี้มาจึงชอบแล้ว อุทธรณ์ของโจทก์ข้อนี้ฟังไม่ขึ้น

ปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยต่อไปมีว่า สมควรลดหรืองดเบี้ยปรับเงินเพิ่มให้แก่โจทก์หรือไม่

โจทก์อุทธรณ์ว่า บริษัทที่ออกใบกำกับภาษีพิพาทตามอุทธรณ์ของโจทก์ล้วนเป็นบริษัท จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มชอบด้วยกฎหมาย ทุกบริษัท โจทก์จึงติดต่อค้าขายด้วย โจทก์ไม่มีประวัติหลบหนีภาษี และให้ความร่วมมือกับ เจ้าพนักงานของจำเลยด้วยดี จึงสมควรลดหรืองดเบี้ยปรับและเงินเพิ่มแก่โจทก์

เห็นว่า พฤติการณ์ของโจทก์ที่ไม่มีหลักฐานการชำระเงินตามใบกำกับภาษีที่โจทก์นำมาใช้ในการขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มของโจทก์ ส่อแสดงให้เห็นว่าโจทก์มีพฤติการณ์ไม่สุจริต จึงไม่มีเหตุสมควรงดหรือลดเบี้ยปรับและเงินเพิ่มให้แก่ โจทก์ ที่ศาลภาษีอากรกลางพิพากษามาชอบแล้ว อุทธรณ์ของโจทก์ทุกข้อฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน

ข้อคิดเห็น

ภาษีซื้อที่จะนำมาหักออกจากภาษีขายในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มนั้น จะต้องมิใช่ภาษีซื้อต้องห้ามตามที่ประมวลรัษฎากร มาตรา 82/5 ได้กำหนดไว้ดังนี้

1. เป็นภาษีซื้อที่ไม่มีใบกำกับภาษีหรือไม่อาจแสดงใบกำกับภาษีได้ว่ามีการชำระภาษีซื้อ เว้นแต่จะเป็นกรณีมีเหตุอันสมควรตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่อธิบดีกรมสรรพากรกำหนดไว้ในประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 17) ลงวันที่ 27 ธันวาคม 2534 ข้อ 2

2. เป็นภาษีซื้อที่ใบกำกับภาษีมีข้อความ ไม่ถูกต้องหรือไม่สมบูรณ์ในส่วนที่เป็นสาระสำคัญตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่อธิบดีกรมสรรพากรกำหนดไว้ในประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 17) ลงวันที่ 27 ธันวาคม 2534 ข้อ 3

3. เป็นภาษีซื้อที่ไม่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการประกอบกิจการของผู้ประกอบการตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่อธิบดีกรมสรรพากรกำหนดไว้ในประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 17) ลงวันที่ 27 ธันวาคม 2534 ข้อ 4

4. เป็นภาษีซื้อที่เกิดจากรายจ่ายเพื่อการรับรองหรือเพื่อการอันมีลักษณะทำนองเดียวกันตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่อธิบดีกรมสรรพากรกำหนดไว้ในประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 17) ลงวันที่ 27 ธันวาคม 2534 ข้อ 5

5. เป็นภาษีซื้อตามใบกำกับภาษีซึ่งออกโดยผู้ไม่มีสิทธิออกใบกำกับภาษีตามส่วน 10 และ

6. เป็นภาษีซื้อตามที่อธิบดีกรมสรรพากรกำหนดโดยอนุมัติรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้แก่ ภาษีซื้อตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 42) ลงวันที่ 29 ธันวาคม 2535

ภาษีซื้อต้องห้ามตามข้อ 5 นั้นใบกำกับภาษีเป็นใบกำกับภาษีซึ่งออกโดยผู้ไม่มีสิทธิออกใบกำกับภาษีตามส่วน 10 ผู้ใดไม่มีสิทธิออกใบกำกับภาษีนั้น ประมวลรัษฎากร หมวด 4 ภาษีมูลค่าเพิ่ม ส่วน 10 มิได้บัญญัติไว้โดยเฉพาะ คงมีบัญญัติไว้ในมาตรา 86 ว่า "ภายใต้บังคับมาตรา 86/1 มาตรา 86/2 และมาตรา 86/8 ให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนจัดทำใบกำกับภาษีและสำเนาใบกำกับภาษีสำหรับการขายสินค้าหรือการให้บริการทุกครั้ง และต้องจัดทำในทันทีที่ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเกิดขึ้น พร้อมทั้งส่งมอบใบกำกับภาษีนั้นแก่ผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการ.." บทบัญญัตินี้แม้จะเป็นบทบัญญัติบังคับให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มต้องปฏิบัติ มิฉะนั้น มีความผิดทางอาฯตามมาตรา 90/1(3) และต้องเสียเบี้ยปรับตามมาตรา 89(5) แต่ขณะเดียวกันก็เป็นบท บัญญัติให้สิทธิผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มที่จะออกใบกำกับภาษีด้วย เมื่อบท บัญญัติดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าการออกใบกำกับภาษีจะกระทำได้ต่อเมื่อมีการขายสินค้าหรือให้บริการเกิดขึ้น กรณีที่ไม่มีการขายสินค้าหรือให้บริการจึงไม่อาจออกใบกำกับภาษีได้ แม้ผู้ออกจะเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มก็ตาม ขืนออกไปย่อมมีความผิดทางอาญาตามมาตรา 90/4(3) และต้องเสียเบี้ยปรับตามมาตรา 89(6) ทั้งผู้รับใบกำกับภาษีไม่มีสิทธินำภาษีซื้อตามใบกำกับภาษีดังกล่าวมาหักในการคำนวณภาษีตามมาตรา 82/5(5) ด้วย

ใบกำกับภาษีในคดีนี้เป็นใบกำกับภาษีที่ออกโดยไม่มีการขายสินค้า ใบกำกับภาษีดังกล่าวจึงเป็นใบกำกับภาษีที่ออกโดยผู้ไม่มีสิทธิออก ใบกำกับภาษี แม้ผู้ออกจะเป็นผู้จดทะเบียน ภาษีมูลค่าเพิ่มก็ตาม ภาษีซื้อตามใบกำกับภาษี ดังกล่าวจึงเป็นภาษีซื้อต้องห้ามนำมาหักในการคำนวณภาษีตามมาตรา 82/5(5) ฉะนั้น ผู้เขียนจึงเห็นด้วยกับคำพิพากษาศาลฎีกาฉบับนี้






   เก็บไว้เป็น Favorites
   เซ็ทเป็นเว็บเริ่มต้น
   พิมพ์หน้านี้
   ผู้เยี่ยมชม : 2,594,396 
Copyright © 2007 SMaccounting.com All rights reserved. Powered By Man Neo