รับทำบัญชี  ตรวจสอบบัญชี  วางระบบบัญชี  จดทะเบียนบริษัท: ถนนพระราม 2 สมุทรสาคร


17 พฤศจิกายน 2562  05:15
ค้นหา
 ข่าวสาร     Page 1
24 ธันวาคม 2561   08:17:46  
ท่องโลกภาษี
รัฐบาลโปรตุเกสได้ให้ความเห็นชอบในการบรรจุ 2 มาตรการภาษีไว้ในแผนงบประมาณประจำปีของรัฐบาล รวมทั้งข้อเสนอในการเก็บภาษีในอัตราร้อยละ 20 จากผลได้จากทุนที่ ได้รับจากการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ และแผนการขยายเพดานอัตราภาษีเงินได้สูงสุดสำหรับบุคคลธรรมดา

ท่องโลกภาษี

4_436_04 

าตรการภาษีของโปรตุเกส

รัฐบาลโปรตุเกสได้ให้ความเห็นชอบในการบรรจุ 2 มาตรการภาษีไว้ในแผนงบประมาณประจำปีของรัฐบาล รวมทั้งข้อเสนอในการเก็บภาษีในอัตราร้อยละ 20 จากผลได้จากทุนที่ ได้รับจากการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ และแผนการขยายเพดานอัตราภาษีเงินได้สูงสุดสำหรับบุคคลธรรมดา

รัฐบาลประมาณการไว้ว่าการเก็บภาษี ร้อยละ 20 จากผลได้จากทุนที่ได้รับในตลาด-หลักทรัพย์จะเพิ่มรายได้ให้กับประเทศประมาณ 200 ล้านยูโรต่อปี อย่างไรก็ดี รัฐบาลอาจ ต้องทำการปรับลดตัวเลขดังกล่าวเนื่องจาก ราคาหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ตกลงอย่างรวดเร็วเมื่อไม่นานมานี้ นอกจากนี้ สำหรับผู้ที่ไม่มี ถิ่นที่อยู่ในโปรตุเกสและนักลงทุนรายย่อย (ไม่เกิน 500 ยูโร) จะยังคงได้รับยกเว้นภาษีดังกล่าว

ในส่วนของการขยายเพดานอัตราภาษี เงินได้สูงสุดสำหรับบุคคลธรรมดานั้น รัฐบาลได้มีมาตรการที่จะเพิ่มอัตราภาษีดังกล่าวเป็นร้อยละ 45 สำหรับเงินได้ส่วนที่เกินกว่า 150,000 ยูโร ต่อปี ซึ่งคาดว่าจะสามารถเพิ่มรายได้ให้กับรัฐบาลอีกประมาณ 30 ล้านยูโร ในปี 2554

ทั้งนี้ รัฐบาลโปรตุเกสได้แถลงว่าจะลด การขาดดุลงบประมาณจากร้อยละ 9.4 ของ GDP ในปี 2552 เป็นร้อยละ 7.3 ในปี 2553 และคาดว่าจะลดลงไปอีกจนอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าร้อยละ 3 ภายในปี 2556 ซึ่งระดับดังกล่าว เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนดโดยสหภาพยุโรป และในการดำเนินการให้เป็นไปตามเป้าที่วางไว้ทำให้รัฐบาลต้องเลื่อนแผนการลงทุนสาธารณะ รวมถึงการก่อสร้างสนามบินแห่งใหม่ในกรุงลิสบอน

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง Mr. Fernando Teixeira dos Santos ยังได้เน้นย้ำถึงความตั้งใจของรัฐบาลในการลดการขาดดุล งบประมาณ ซึ่งหากวิเคราะห์แล้วปรากฏว่ารัฐบาลจำเป็นต้องเพิ่มภาษีเพื่อให้สามารถดำเนินการได้ตามเป้าที่ตั้งไว้ รัฐบาลก็ได้เตรียมการที่จะใช้มาตรการภาษีดังกล่าวเพิ่มเติมจากมาตรการอื่นๆ ที่ได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภาไว้ก่อนหน้านี้แล้ว

อินเดียวิเคราะห์การ จัดเก็บภาษีจากสายการบิน

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังแห่งอินเดียได้แจ้งให้ทราบเกี่ยวกับรายงานผลการวิเคราะห์การบริหารจัดเก็บภาษีเงินได้และภาษีศุลกากรรวมถึงผลกระทบต่อการประกอบธุรกิจให้บริการของสายการบินและอุตสาหกรรมอื่น ที่เกี่ยวข้อง

การวิเคราะห์ที่รัฐบาลให้ความสำคัญ เช่น การจัดเก็บภาษีการค้าหรือภาษีมูลค่าเพิ่มจากบริษัทที่ให้บริการการนำเข้าชิ้นส่วนอากาศยาน ซึ่งพบว่าเมื่อตัวแทนนำเข้าชิ้นส่วนอากาศยานมายังอินเดียต้องชำระภาษีศุลกากรในอัตรา ร้อยละ 20 - 25 จากนั้น ตัวแทนดังกล่าวขาย ชิ้นส่วนอากาศยานให้กับบริษัทที่ประกอบธุรกิจอากาศยาน ซึ่งบริษัทที่ประกอบธุรกิจอากาศยานต้องชำระภาษีการค้าหรือภาษีมูลค่าเพิ่ม จากการซื้อชิ้นส่วนดังกล่าวในอัตราร้อยละ 10 - 13 อย่างไรก็ตาม ถ้าบริษัทที่ประกอบธุรกิจอากาศยานนำเข้าชิ้นส่วนอากาศยานโดยตรงจะได้รับยกเว้นภาษีการค้าหรือภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีศุลกากรจะจัดเก็บในกรณีที่มีการนำเข้าชิ้นส่วนสำหรับอากาศยานส่วนบุคคลเท่านั้น ดังนั้น การยกเว้นภาษีดังกล่าวจึงมีผลทางอ้อมให้ผู้แทนนำเข้าชิ้นส่วนให้บริการหรือสนับสนุนบริษัทที่ประกอบธุรกิจอากาศยานเป็นอย่างดี ทั้งนี้ การนำเข้าชิ้นส่วนอากาศยานในปัจจุบันลดลงประมาณร้อยละ 20 - 25 และอุปกรณ์อื่นๆ ที่เกี่ยวข้องลดลงประมาณร้อยละ 30 - 35

รายงานดังกล่าวแจ้งว่า บริษัทที่ประกอบธุรกิจอากาศยานยื่นแบบแสดงรายการเพื่อเสียภาษีประจำปีส่วนใหญ่เป็นเงินได้จากการให้บริการและค่าระวางสินค้า

รรคอนุรักษ์นิยมวางกรอบนโยบายภาษีของ สหราชอาณาจักร

สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคอนุรักษ์นิยมได้ใช้นโยบายภาษีเพื่อรับรองการตกลง เข้าเป็นพรรคร่วมรัฐบาลกับพรรคเสรีนิยมประชาธิปไตย

ถึงแม้ว่ารัฐบาลจะต้องดำเนินการแถลงเงื่อนไขที่ชัดเจนในการตกลงเข้าเป็นพรรค ร่วมรัฐบาลต่อสาธารณชน แต่ก็มีรายงานว่าพรรคอนุรักษ์นิยมได้ตกลงให้มีการเพิ่มเพดานเงินได้สุทธิเพื่อการเสียภาษีเป็น 10,000 ปอนด์ ต่อปี ซึ่งมาตรการดังกล่าวจะช่วยให้ผู้เสียภาษีประหยัดภาษีไปได้ประมาณ 700 ปอนด์ ต่อปี และทำให้ผู้ที่มีเงินได้ต่ำอีกหลายล้านคนมีเงินได้ไม่ถึงเกณฑ์ที่จะต้องเสียภาษี อย่างไรก็ดี เพื่อผลักดันมาตรการดังกล่าวพรรคอนุรักษ์นิยมจำเป็นต้องหยุดแผนการเพิ่มเพดานรายได้เพื่อเสียภาษีมรดกเป็น 1 ล้านปอนด์ นอกจากนั้น พรรคเสรีนิยมประชาธิปไตยได้ยกเลิกแผนการใช้ภาษีแมนชั่น สำหรับแมนชั่นที่มีราคาตั้งแต่ 2 ล้านปอนด์ขึ้นไป

นอกจากนี้ พรรคร่วมรัฐบาลยังเห็นพ้องต้องกันให้นำมาตรการปรับเพิ่มอัตราการจ่ายเงินสมทบกองทุนประกันสังคมแห่งชาติ (National Insurance Contributions: NICs) ขึ้นอีก ร้อยละ 1 กลับมาพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง และยังมีมาตรการเพิ่มอัตราภาษีเก็บจากผลได้จากทุนซึ่งอาจปรับขึ้นสูงถึงร้อยละ 40 ในขณะที่ปัจจุบันเก็บอยู่ที่ร้อยละ 18 ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าวจะต้องประกอบด้วยการปรับเพิ่มเพดานผลได้จากทุนที่ได้รับยกเว้นภาษีที่เหมาะสมด้วย

ารปฏิรูปภาษีในออสเตรเลีย

ในขณะที่รัฐบาลออสเตรเลียได้ประกาศการปฏิรูปครั้งใหญ่ในแผนงบประมาณปี 2553-54 รวมทั้งนำเสนอแผนการลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในปีงบประมาณ 2555-56 รัฐบาลยังได้กำหนดแผนการปฏิรูปภาษีเพิ่มเติมและคาดว่าจะทำให้ปี 2555-56 เป็นปีงบประมาณเกินดุล

สำหรับงบประมาณปี 2553-54 นี้ รัฐบาลจะทำการลดอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา อีกเป็นครั้งที่ 3 ตามที่ได้เคยให้สัญญาไว้ในการเลือกตั้งปี 2550 มาตรการลดอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจะเริ่มในเดือนกรกฎาคมปีนี้ ทำให้รัฐบาลสามารถบรรเทาภาระภาษีลงไปได้ถึง 47,000 เหรียญออสเตรเลีย ภายในระยะเวลา 4 ปี โดยมีผู้มีเงินได้ต่ำและปานกลางเป็น กลุ่มเป้าหมาย ซึ่งมาตรการดังกล่าวจะส่งผลให้บุคคลธรรมดาผู้มีรายได้ไม่เกิน 16,000 เหรียญออสเตรเลียต่อปี ได้รับการยกเว้นภาษี ซึ่ง แต่เดิมเพดานเงินได้ที่ได้รับยกเว้นภาษีอยู่ที่ 11,000 เหรียญออสเตรเลีย (ในปี 2550-51) และสำหรับเงินได้ขั้นต่ำที่ต้องเสียภาษีในอัตราร้อยละ 30 นั้น รัฐบาลจะเพิ่มจาก 35,000 เหรียญออสเตรเลีย เป็น 37,000 เหรียญออสเตรเลีย และลดอัตราภาษีเงินได้สูงสุดจากร้อยละ 38 เป็นร้อยละ 37

นอกจากนี้ ตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2553 รัฐบาลกำหนดให้บุคคลธรรมดาที่มีหน้าที่เสียภาษีสามารถเลือกที่จะหักค่าใช้จ่ายโดยใช้เกณฑ์มาตรฐานที่ 500 เหรียญออสเตรเลีย แทนการหักค่าใช้จ่ายตามประเภทของหน้าที่งาน และจะเพิ่มเป็น 1,000 เหรียญออสเตรเลีย ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2556 ซึ่งคาดว่าในปีงบประมาณ 2556-57 จะมีผู้เสียภาษีประมาณ 6.4 ล้านคน ที่ได้รับประโยชน์มากกว่าจากการเลือกหักค่าใช้จ่ายมาตรฐาน

ยิ่งไปกว่านั้น รัฐบาลจะกระตุ้นการออมโดยเพิ่มการจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนบำเหน็จบำนาญจากเดิมร้อยละ 9 เป็นร้อยละ 12 ในปี 2562-63 และสำหรับภาคเอกชนนั้น ในกรณีที่บุคคลธรรมดาได้รับดอกเบี้ยไม่เกิน 1,000 เหรียญออสเตรเลีย จะได้รับสิทธิในการลดหย่อนภาษีถึงร้อยละ 50 ในส่วนของการช่วยเหลือภาคธุรกิจ บริษัทสามารถกู้ยืมจากนักลงทุนรายย่อยได้โดยตรง ลดการพึ่งพาการกู้ยืมจากธนาคาร และรัฐบาลยังได้ลดอัตราภาษีหัก ณ ที่จ่ายสำหรับดอกเบี้ยการกู้ยืมของธนาคารท้องถิ่นที่ถือหุ้นโดยธนาคารต่างประเทศจากร้อยละ 10 เป็นร้อยละ 7.5 ในปี 2556-57 และลดลงไปอีกเป็นร้อยละ 5 ในปี 2557-58 แต่หากเป็นการ กู้ยืมโดยสาขาของธนาคารต่างประเทศ ดอกเบี้ยหัก ณ ที่จ่ายจะลดลงจากร้อยละ 5 เป็นร้อยละ 2.5 ในปี 2556-57 และเป็นร้อยละ 0 ในปี 2557-58 ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าวจะช่วยสนับสนุนรัฐบาลในการพัฒนาออสเตรเลียให้เป็นศูนย์กลางทางการเงินในภูมิภาค ลดการบิดเบือนของระบบภาษีโดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการกู้ยืมจากต่างประเทศ

รัฐบาลสาธารณรัฐ-ประชาชนจีนยกเว้นภาษีสำหรับการขนส่งระหว่างประเทศ

กระทรวงการคลังและกรมสรรพากรสาธารณรัฐประชาชนจีนแจ้งว่า รัฐบาลได้ประกาศมาตรการภาษีให้ยกเว้นภาษีธุรกิจสำหรับธุรกรรมประเภทการบริการขนส่งระหว่างประเทศโดยให้มีผลใช้บังคับตั้งแต่ 1 มกราคม 2553 เป็นต้นไป

อย่างไรก็ดี สายการบินแห่งชาติสาธารณรัฐประชาชนจีน (Air China) กล่าวว่า เนื่องจากสายการบินฯ มีรายได้หลักจากการขนส่งระหว่างประเทศจากเส้นทางในภูมิภาคเอเชียและทั่วโลกเป็นปกติ ดังนั้น การนำมาตรการภาษีดังกล่าวมาใช้บังคับ จะทำให้สายการบินได้สิทธิประโยชน์ คิดเป็นมูลค่าประมาณ 80 ล้านเหรียญดอลล่าร์ ในปี 2553 ทั้งนี้ การยกเว้นภาษีธุรกิจจะรวมถึงนิติบุคคลหรือบุคคลธรรมดาที่ให้บริการขนส่งระหว่างประเทศและบริษัทตัวแทนขนส่ง ตามรายชื่อที่กระทรวงการคลังประกาศผ่านเว็บไซต์ ซึ่งหากบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลใดที่ประกอบกิจการดังกล่าวได้ยื่นแบบแสดงรายการและชำระภาษีไว้แล้ว ผู้ประกอบการสามารถยื่นคำร้องเพื่อขอคืนเงินภาษีได้






   เก็บไว้เป็น Favorites
   เซ็ทเป็นเว็บเริ่มต้น
   พิมพ์หน้านี้
   ผู้เยี่ยมชม : 2,594,785 
Copyright © 2007 SMaccounting.com All rights reserved. Powered By Man Neo