รับทำบัญชี  ตรวจสอบบัญชี  วางระบบบัญชี  จดทะเบียนบริษัท: ถนนพระราม 2 สมุทรสาคร


15 พฤศจิกายน 2562  00:09
ค้นหา
 ข่าวสาร     Page 1
24 ธันวาคม 2561   08:22:24  
มาตรการการจัดเก็บภาษีภายใต้มาตรา 76 ทวิ ของประมวลรัษฎากร
"บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลซึ่งตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศ มีลูกจ้าง หรือ ผู้ทำการแทนหรือผู้ทำการติดต่อในการประกอบกิจการในประเทศไทย

มาตรการการจัดเก็บภาษีภายใต้มาตรา 76 ทวิ ของประมวลรัษฎากร

mar5_439

มาตรา 76 ทวิ ของประมวล-รัษฎากร กำหนดไว้ว่า

"บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลซึ่งตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศ มีลูกจ้าง หรือ ผู้ทำการแทนหรือผู้ทำการติดต่อในการประกอบกิจการในประเทศไทย ซึ่งเป็นเหตุให้ได้รับเงินได้หรือผลกำไรในประเทศไทย ให้ถือว่าบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนั้นประกอบกิจการในประเทศไทยและให้ถือว่าบุคคลผู้เป็นลูกจ้างหรือผู้ทำการแทนหรือผู้ทำการติดต่อเช่นว่านั้น ไม่ว่าจะเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลเป็นตัวแทนของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลซึ่งตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศ และให้บุคคลนั้นมี หน้าที่และความรับผิดในการยื่นรายการและเสียภาษีตามบทบัญญัติในส่วนนี้ เฉพาะที่เกี่ยวกับเงินได้หรือผลกำไรที่กล่าวแล้ว

ในกรณีที่กล่าวในวรรคแรก ถ้าบุคคลผู้มี หน้าที่และความรับผิดในการยื่นรายการและเสียภาษีไม่สามารถจะคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีตามบทบัญญัติในส่วนนี้ได้ ให้นำบทบัญญัติว่าด้วยการประเมินภาษีตามมาตรา 71(1) มาใช้บังคับโดยอนุโลม

ในกรณีการประเมินตามความในมาตรานี้ จะอุทธรณ์การประเมินก็ได้"

การบังคับใช้กฎหมายมาตรานี้เป็นมาตรการที่ประมวลรัษฎากรให้ถือว่าบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลสัญชาติต่างประเทศมีสถานประกอบการในประเทศไทย (Deemed Doing Business in Thailand/Deemed Business Presence) อันจะทำให้ต้องเสียภาษีอากรในประเทศไทยอย่างเต็มรูปแบบ อย่างเช่นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ประกอบการอยู่ในประเทศไทยโดยทั่วไป กรณีนี้เป็นกรณีที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลต่างประเทศมิได้มีเจตนาหรือประสงค์หรือตั้งใจโดยแท้จริงที่จะเข้ามาประกอบกิจการในประเทศไทยอย่างมีตัวตน ความตั้งใจหลักคือ ประสงค์ทำธุรกรรมอยู่นอกประเทศแล้วให้บริการหรือขายสินค้าเข้ามาในประเทศไทยในลักษณะเป็น cross border แต่การทำธุรกรรมหรือการประกอบการดังกล่าวมีบุคคลในประเทศไทยเป็นผู้กระทำการเชื่อมโยงอันเป็นเหตุให้บริษัทต่างประเทศได้รับสัญญาอันก่อให้เกิดเงินได้จากแหล่งในประเทศไทย เช่นนี้ ประมวลรัษฎากรมาตรา 76 ทวิ ถือว่า บริษัทต่างประเทศประกอบกิจการในประเทศไทยโดยผ่านบุคคลดังกล่าว ในกรณีเช่นนี้ บรรดาเงินได้ที่บริษัทต่างประเทศได้รับไปจากแหล่งในประเทศไทยต้องนำมาเสียภาษีอากรในประเทศอย่างเต็มรูปแบบภายใต้ความในมาตรา 66 วรรค 2 และมาตรา 65 คือเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลบนฐานกำไร/ขาดทุนสุทธิ ภาษีกำไรส่งออกและภาษีมูลค่าเพิ่ม ในลักษณะเป็นอย่างเดียวกับสาขาของบริษัทต่างประเทศประกอบกิจการในประเทศไทย

อนึ่ง ในแง่ของการบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวกับการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว ตาม พรบ. การประกอบธุรกิจคนต่างด้าว 2542 หรือ Treaty of Amity and Economic Relations กับสหรัฐอเมริกา (2511) นั้น เนื่องจากบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลต่างประเทศดังกล่าวเป็นผู้ถูกถือโดยผลของกฎหมายว่าเสมือนเป็น การประกอบธุรกิจในประเทศไทย เพื่อประโยชน์ ในทางการจัดเก็บภาษีเท่านั้น ฉะนั้น จึงไม่น่าจำเป็นที่จะต้องมีการให้ต้องยื่นคำขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจหรือมีความผิดหรือฝ่าฝืนความในพรบ.ฯ หรือ Treaty ฉบับดังกล่าว

พรบ. การประกอบธุรกิจคนต่างด้าว 2542 (เป็นกฎหมายจำกัดสิทธิในประเภทของธุรกิจที่ "คนต่างด้าว" ไม่สามารถกระทำได้อย่างเสรี หากธุรกิจเหล่านั้นเป็นธุรกิจที่กำหนดอยู่ภายใต้บัญชี 1. บัญชี 2. หรือบัญชี 3.) หรือกรณีหากตกอยู่ภายใต้ Treaty ที่กล่าวถึง ซึ่งให้สิทธิบุคคลสัญชาติอเมริกัน ไม่ต้องอยู่ภายใต้การขอรับอนุญาตตาม พรบ. การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว เว้นแต่ที่เป็นกิจการซึ่งต้องสงวนไว้ดังนี้:

• กิจการโทรคมนาคม

• การขนส่ง

• การดูแลผลประโยชน์แก่ผู้อื่น

• กิจการธนาคารในส่วนที่เกี่ยวกับการรับฝาก

• การหาประโยชน์จากทรัพยากร-ธรรมชาติและที่ดิน และ

• การค้าภายในเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์เกษตรพื้นเมือง






   เก็บไว้เป็น Favorites
   เซ็ทเป็นเว็บเริ่มต้น
   พิมพ์หน้านี้
   ผู้เยี่ยมชม : 2,594,372 
Copyright © 2007 SMaccounting.com All rights reserved. Powered By Man Neo