รับทำบัญชี  ตรวจสอบบัญชี  วางระบบบัญชี  จดทะเบียนบริษัท: ถนนพระราม 2 สมุทรสาคร


15 พฤศจิกายน 2562  00:11
ค้นหา
 ข่าวสาร     Page 1
13 ตุลาคม 2552   08:53:05  
การจดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิและจดทะเบียนบริษัท
ระเบียบสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกลาง
ว่าด้วยการจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนและบริษัท พ.ศ. ๒๕๔๙
แก้ไขเพิ่มเติม (ครั้งที่ ๑) พ.ศ. ๒๕๕๑

           โดยที่มีการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยหุ้นส่วนบริษัทตามพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ ๑๘) พ.ศ. ๒๕๕๑ มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑ กรกฎาคม ๒๕๕๑ เป็นต้นไป ซึ่งมีหลักเกณฑ์ที่แตกต่างไปจากเดิมและเพิ่มเติมใหม่ จึงต้องมีการแก้ไขเพิ่มเติมระเบียบสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกลางว่าด้วยการจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนและบริษัท พ.ศ. ๒๕๔๙ ให้สอดคล้องไปด้วย อาศัยอำนาจตามความในข้อ ๓ และข้อ ๔ แห่งกฎกระทรวงจัดตั้งสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัท แต่งตั้งนายทะเบียน และกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนและบริษัทจำกัด พ.ศ. ๒๕๔๙ ออกตามความในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ นายทะเบียนกลางจึงออกระเบียบดังต่อไปนี้

          ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า "ระเบียบสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกลางว่าด้วยการจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนและบริษัท พ.ศ. ๒๕๔๙ แก้ไขเพิ่มเติม (ครั้งที่ ๑) พ.ศ. ๒๕๕๑"

          ข้อ ๒ ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๑ เป็นต้นไป

          ข้อ ๓ ให้ยกเลิกแบบพิมพ์ที่นายทะเบียนกำหนดแนบท้ายระเบียบสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกลางว่าด้วยการจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนและบริษัท พ.ศ. ๒๕๔๙ และให้ใช้แบบพิมพ์ที่นายทะเบียนกำหนดรูปแบบแนบท้ายระเบียบนี้แทน

          ข้อ ๔ ให้ยกเลิกรายละเอียดคำขอจดทะเบียนและเอกสารประกอบคำขอจดทะเบียนตามประเภทของการจดทะเบียน แนบท้ายระเบียบสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกลางว่าด้วยการจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนและบริษัท พ.ศ. ๒๕๔๙ และให้ใช้รายละเอียดคำขอจดทะเบียน รายการจดทะเบียน เอกสารประกอบรายการจดทะเบียน และเอกสารประกอบคำขอจดทะเบียนตามประเภทการจดทะเบียนแนบท้ายระเบียบนี้แทน

          ข้อ ๕ ให้ยกเลิกข้อ ๒๒ ของระเบียบสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกลางว่าด้วยการจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนและบริษัท พ.ศ. ๒๕๔๙

          ข้อ ๖ ให้ยกเลิกความใน ข้อ ๓๓ ของระเบียบสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกลางว่าด้วยการจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนและบริษัท พ.ศ. ๒๕๔๙ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
           "ข้อ ๓๓ การขอใบสำคัญแสดงการจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทในกรณีตั้งใหม่ เปลี่ยนชื่อ ควบ แปรสภาพ สูญหายหรือชำรุด ให้ผู้ขอยื่นคำขอตามแบบพิมพ์ที่นายทะเบียนกำหนด
          บุคคลที่จะขอใบสำคัญได้จะต้องเป็นผู้มีส่วนได้เสีย เช่น ผู้เป็นหุ้นส่วน หุ้นส่วนผู้จัดการ ผู้ถือหุ้น กรรมการ หรือผู้รับมอบอำนาจจากบุคคลดังกล่าวโดยแนบหนังสือมอบอำนาจ
          ในการขอใบสำคัญแสดงการจดทะเบียนของห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทให้ยื่นคำขอที่สำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทที่ห้างหุ้นส่วน หรือบริษัทมีสำนักงานแห่งใหญ่ตั้งอยู่ ในกรณีสำนักงานแห่งใหญ่ตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพมหานครให้ ยื่นคำขอที่สำนักบริการข้อมูลธุรกิจ หรือสำนักงานบริการจดทะเบียนธุรกิจแห่งใดแห่งหนึ่ง"

          ข้อ ๗ ให้ยกเลิกความใน ข้อ ๕๐ ของระเบียบสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกลางว่าด้วยการจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนและบริษัท พ.ศ. ๒๕๔๙ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
          ข้อ ๕๐ การนับระยะเวลาส่งคำบอกกล่าวเรียกประชุมตั้งบริษัทตามมาตรา ๑๑๐๗ ให้เริ่มนับตั้งแต่วันถัดจากวันที่ส่งคำบอกกล่าวเป็นวันแรกแห่งระยะเวลา และการ ประชุมจะมีขึ้นได้ในวันถัดจากวันสิ้นสุดแห่งกำหนดระยะเวลานั้น
          การนับระยะเวลาส่งคำบอกกล่าวเรียกประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้นตามมาตรา ๑๑๗๕ ให้เริ่มนับตั้งแต่วันถัดจากวันที่ลงพิมพ์โฆษณาในหนังสือพิมพ์หรือวันที่ส่งคำบอกกล่าว ทางไปรษณีย์ตอบรับซึ่งเป็นวันที่ดำเนินการหลังสุดเป็นวันแรกแห่งระยะเวลา และการประชุมจะมีขึ้นได้ในวันถัดจากวันสิ้นสุดแห่งกำหนดระยะเวลานั้น
          วันที่ส่งคำบอกกล่าวตามความในวรรคแรกและวรรคสองให้ถือเอาวันที่ลงในคำบอกกล่าว เว้นแต่จะมีหลักฐานปรากฏแก่นายทะเบียนเป็นอย่างอื่น"

          ข้อ ๘ ให้ยกเลิก ข้อ ๕๑ ของระเบียบสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกลางว่าด้วยการจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนและบริษัท พ.ศ. ๒๕๔๙

          ข้อ ๙ ให้ยกเลิกความใน ข้อ ๕๒ ของระเบียบสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกลางว่าด้วยการจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนและบริษัท พ.ศ. ๒๕๔๙ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
           "ข้อ ๕๒ การนับระยะเวลายื่นคำขอจดทะเบียนดังต่อไปนี้ ให้เริ่มนับตั้งแต่วันถัดจากวันที่ที่ประชุมได้มีการลงมติหรือมติพิเศษ หรือวันถัดจากวันที่ได้มีการเปลี่ยนแปลงเป็นวันแรกแห่งระยะเวลา และให้ยื่นคำขอจดทะเบียนภายในวันสุดท้ายแห่งกำหนดระยะเวลานั้น
               (๑) คำขอจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงหุ้นส่วนผู้จัดการของห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคลหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด ตามมาตรา ๑๐๖๔/๒ หรือมาตรา ๑๐๗๘/๒
               (๒) คำขอจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท ตามมาตรา ๑๑๑๑/๑ หรือมาตรา ๑๑๑๒
               (๓) คำขอจดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับของบริษัท ตามมาตรา ๑๑๔๖
               (๔) คำขอจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงกรรมการของบริษัท ตามมาตรา ๑๑๕๗
               (๕) คำขอจดทะเบียนมติพิเศษให้เพิ่มทุน ลดทุน หรือควบบริษัท ตามมาตรา ๑๒๒๘ หรือมาตรา ๑๒๓๙
               (๖) คำขอจดทะเบียนควบบริษัท ตามมาตรา ๑๒๔๑
               (๗) คำขอจดทะเบียนแปรสภาพห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนหรือห้างหุ้นส่วนจำกัดเป็นบริษัทจำกัด ตามมาตรา ๑๒๔๖/๔
               (๘) คำขอจดทะเบียนเลิกห้างหุ้นส่วนหรือบริษัท ตามมาตรา ๑๒๕๔
               (๙) คำขอจดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติมผู้ชำระบัญชีและอำนาจของผู้ชำระบัญชีห้างหุ้นส่วนหรือบริษัท ตามมาตรา ๑๒๕๘ หรือมาตรา ๑๒๖๒
               (๑๐) คำขอจดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชีห้างหุ้นส่วนหรือบริษัท ตามมาตรา ๑๒๗๐"

          ข้อ ๑๐ ให้ยกเลิกความในข้อ ๕๕ ของระเบียบสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกลางว่าด้วยการจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนและบริษัท พ.ศ. ๒๕๔๙ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
          "ข้อ ๕๕ การส่งสำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นนอกจากวันประชุมสามัญประจำปี หากผู้ยื่นไม่ได้ระบุวันประชุมสามัญประจำปี หรือวิสามัญก็ให้รับไว้ได้โดยให้ระบุว่า ได้คัดลอกบัญชีรายชื่อจากสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นเมื่อวันเดือนปีใดแทน
          กรณีสำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นที่ยื่นมีผู้ถือหุ้นเหลือไม่ถึงสามคน ให้นายทะเบียนรับไว้โดยประทับตราดังนี้ " บริษัทนี้มีผู้ถือหุ้นเหลือไม่ถึงสามคน เป็นเหตุให้ศาลอาจสั่งให้เลิกบริษัทจำกัดได้ตาม ป.พ.พ. มาตรา ๑๒๓๗(๔)" และสามารถให้บริการตรวจ คัดสำเนา หรือถ่ายเอกสารพร้อมคำรับรองได้
          ในกรณีที่นายทะเบียนจะรับรองสำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นหรือถ่ายเอกสารสำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นให้แก่ผู้ขอ หากเป็นสำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นที่ได้รับไว้ก่อนซึ่งมีผู้ถือหุ้นไม่ถึงสามคน และมีการประทับตราว่ามีผู้ถือหุ้นไม่ถึงเจ็ดคน ให้นายทะเบียนแก้ไขจำนวนในตราประทับเป็นไม่ถึงสามคนและลงลายมือชื่อกำกับการแก้ไขไว้ หรือหากเป็นสำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น ที่ได้รับไว้ก่อนซึ่งมีผู้ถือหุ้นไม่ถึงเจ็ดคนแต่ไม่น้อยกว่าสามคน ให้นายทะเบียนขีดฆ่าการประทับตราดังกล่าวและลงลายมือชื่อกำกับไว้ แล้วจึงออกให้แก่ผู้ขอ และให้บันทึกภาพ สำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นที่แก้ไขแล้วเข้าระบบคอมพิวเตอร์แทนฉบับเดิมด้วย"

          ข้อ ๑๑ ให้ยกเลิกความใน ข้อ ๕๗ ของระเบียบสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกลางว่าด้วยการจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนและบริษัท พ.ศ. ๒๕๔๙ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
           "ข้อ ๕๗ การนับระยะเวลาคัดค้านการลดทุน ควบบริษัท และแปรสภาพห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนและห้างหุ้นส่วนจำกัดเป็นบริษัทจำกัด ตามมาตรา ๑๒๒๖ มาตรา ๑๒๔๐ หรือมาตรา ๑๒๔๖/๑(๒) ให้เริ่มนับตั้งแต่วันถัดจากวันที่ลงพิมพ์โฆษณาในหนังสือพิมพ์หรือวันที่ส่งคำบอกกล่าวไปยังบรรดาผู้ซึ่งบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนรู้ว่าเป็น เจ้าหนี้ซึ่งเป็นวันที่ดำเนินการหลังสุดเป็นวันแรกแห่งระยะเวลาคัดค้าน
          การนับระยะเวลาคัดค้านการควบห้างหุ้นส่วนตามมาตรา ๑๐๗๔ ให้เริ่มนับตั้งแต่วันถัดจากวันที่ลงพิมพ์โฆษณาในหนังสือพิมพ์ครั้งสุดท้ายหรือวันที่ส่งคำบอกกล่าวไป ยังบรรดาผู้ซึ่งห้างหุ้นส่วนรู้ว่าเป็นเจ้าหนี้ซึ่งเป็นวันที่ดำเนินการหลังสุดเป็นวันแรกแห่งระยะเวลาคัดค้าน"

          ข้อ ๑๒ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นหมวด ๑๖/๑ การจดทะเบียนแปรสภาพห้างหุ้นส่วนเป็นบริษัทจำกัด ข้อ ๖๒/๑ ข้อ ๖๒/๒ ข้อ ๖๒/๓ ข้อ ๖๒/๔ ข้อ ๖๒/๕และข้อ ๖๒/๖ ของระเบียบสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกลางว่าด้วยการจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนและบริษัท พ.ศ. ๒๕๔๙

"หมวด ๑๖/๑
การจดทะเบียนแปรสภาพห้างหุ้นส่วนเป็นบริษัทจำกัด
---------------------------

          ข้อ ๖๒/๑ ห้ามมิให้นายทะเบียนรับจดทะเบียนแปรสภาพห้างหุ้นส่วนเป็น บริษัทจำกัดหากปรากฏว่าห้างหุ้นส่วนไม่ได้แจ้งความยินยอมต่อนายทะเบียนภายในสิบสี่วันนับแต่วันที่ผู้เป็นหุ้นส่วนทุกคนให้ความยินยอม ที่จะให้แปรสภาพห้างหุ้นส่วนเป็นบริษัทจำกัด
          การนับระยะเวลาตามวรรคแรก ให้นับตั้งแต่วันถัดจากวันที่ผู้เป็นหุ้นส่วนทุกคนให้ความยินยอมเป็นวันแรกแห่งระยะเวลา
          การแจ้งความยินยอมให้ทำเป็นหนังสือโดยแนบสำเนาหลักฐานที่ผู้เป็นหุ้นส่วนทุกคนให้ความยินยอมซึ่งหุ้นส่วนผู้จัดการรับรองความถูกต้องด้วย
          ข้อ ๖๒/๒ ห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนหรือห้างหุ้นส่วนจำกัดที่มีสำนักงานแห่งใหญ่ตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร ให้แจ้งความยินยอมต่อนายทะเบียนที่สำนักบริการข้อมูลธุรกิจ หรือส่วนจดทะเบียนธุรกิจกลาง หรือสำนักงานบริการจดทะเบียนธุรกิจแห่ง ใดแห่งหนึ่ง สำหรับห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนหรือห้างหุ้นส่วนจำกัดที่มีสำนักงานแห่งใหญ่ตั้งอยู่ในเขตจังหวัดอื่น ให้แจ้งความยินยอมต่อนายทะเบียน ที่สำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทจังหวัดซึ่งห้างหุ้นส่วนนั้นมีสำนักงานแห่งใหญ่ตั้งอยู่
          ให้นายทะเบียนลงทะเบียนรับไว้เป็นหลักฐานและหมายเหตุการแจ้งความยินยอมในสารบัญทะเบียน รวมทั้งบันทึกข้อมูลและภาพเข้าระบบคอมพิวเตอร์โดยทันที และจัดเก็บหลักฐานการแจ้งความยินยอมข้างต้นในแฟ้มทะเบียนของห้างหุ้นส่วน
          ข้อ ๖๒/๓ ห้ามมิให้นายทะเบียนรับจดทะเบียนคำขอจดทะเบียนแปรสภาพห้างหุ้นส่วนเป็นบริษัทจำกัดในกรณีที่การให้ความยินยอมและดำเนินการต่าง ๆ ตาม มาตรา ๑๒๔๖/๒ ไม่มีผู้เป็นหุ้นส่วนทุกคนเข้าร่วมประชุมด้วยตนเอง หรือผู้เป็นหุ้นส่วนที่ได้เข้าประชุมไม่ได้ให้ความเห็นชอบทุกคน เว้นแต่จะมีสัญญาของผู้เป็นหุ้นส่วนกำหนด ในเรื่องการออกเสียงลงมติไว้เป็นอย่างอื่น
           ข้อ ๖๒/๔ การจัดทำหนังสือบริคณห์สนธิประกอบการจดทะเบียนแปรสภาพห้างหุ้นส่วนเป็นบริษัทจำกัด ให้ระบุวันที่จัดทำเป็นวันเดียวกับวันที่ผู้เป็นหุ้นส่วนได้ ประชุมเพื่อแปรสภาพตามมาตรา ๑๒๔๖/๒ โดยไม่ต้องกรอกรายละเอียดเกี่ยวกับผู้เริ่มก่อการและพยาน
          ห้ามมิให้นายทะเบียนรับจดทะเบียนคำขอจดทะเบียนแปรสภาพห้างหุ้นส่วนเป็นบริษัทจำกัดที่มีรายการชื่อบริษัทจำกัด สำนักงานของบริษัท วัตถุที่ประสงค์ ทุนของ บริษัท ผู้ถือหุ้นและส่วนลงหุ้นของแต่ละคน ต่างไปจากที่ห้างหุ้นส่วนได้จดทะเบียนไว้
          ข้อ ๖๒/๕ ในการรับจดทะเบียนแปรสภาพห้างหุ้นส่วนเป็นบริษัทจำกัด ให้ออกเลขทะเบียนบริษัทจำกัดโดยไม่ต้องออกเลขทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิ
          ข้อ ๖๒/๖ เมื่อได้รับจดทะเบียนแปรสภาพห้างหุ้นส่วนเป็นบริษัทจำกัดแล้ว ให้ดำเนินการดังต่อไปนี้
               (๑) ให้นายทะเบียนที่รับจดทะเบียนหมายเหตุในสารบัญทะเบียนในระบบคอมพิวเตอร์ของห้างหุ้นส่วนที่แปรสภาพว่า "ห้างหุ้นส่วนนี้หมดสภาพ การเป็นห้างหุ้นส่วนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ โดยจดทะเบียนแปรสภาพเป็นบริษัท............จำกัด ทะเบียนเลขที่........... เมื่อวันที่..........." และหมายเหตุใน สารบัญทะเบียนในระบบคอมพิวเตอร์ของบริษัทจำกัดที่ได้แปรสภาพมาจากห้างหุ้นส่วนว่า "บริษัทจำกัดนี้จดทะเบียนแปรสภาพมาจากห้างหุ้นส่วน...........ทะเบียนเลขที่ ..........." และให้บันทึกข้อมูลและภาพคำขอจดทะเบียนและเอกสารประกอบเข้าระบบคอมพิวเตอร์โดยทันที
               (๒) ให้สำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทในส่วนกลางที่รับจดทะเบียนแปรสภาพห้างหุ้นส่วนเป็นบริษัทจำกัดแจ้งไปยังสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วน บริษัทที่รับผิดชอบในการเก็บรักษาแฟ้มทะเบียนห้างหุ้นส่วนที่แปรสภาพให้ดำเนินการหมายเหตุข้อความในสารบัญแฟ้มของห้างหุ้นส่วนที่แปรสภาพเช่นเดียวกับการหมาย เหตุในสารบัญทะเบียน ในระบบคอมพิวเตอร์ของห้างหุ้นส่วนที่แปรสภาพตาม (๑)"

          ข้อ ๑๓ ให้ยกเลิกความใน ข้อ ๖๕ ของระเบียบสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกลางว่าด้วยการจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนและบริษัท พ.ศ. ๒๕๔๙ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
           "ข้อ ๖๕ การขอจดทะเบียนเปลี่ยนตัวผู้เริ่มก่อการจะกระทำได้ต่อเมื่อผู้เริ่มก่อการเดิมทุกคนได้ให้ความยินยอมเป็นหนังสือ และจะต้องมีผู้เริ่มก่อการเดิมเหลืออยู่ไม่น้อยกว่าสามคน"

          ข้อ ๑๔ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นหมวด ๑๙/๑ การจดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิและจดทะเบียนบริษัทพร้อมกันภายในวันเดียวกัน ข้อ ๗๒/๑ ข้อ ๗๒/๒ ข้อ ๗๒/๓ ข้อ ๗๒/๔ และข้อ ๗๒/๕ ของระเบียบสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกลางว่าด้วยการ จดทะเบียนห้างหุ้นส่วนและบริษัท พ.ศ. ๒๕๔๙

"หมวด ๑๙/๑
การจดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิและจดทะเบียนบริษัท
พร้อมกันภายในวันเดียวกัน
---------------------------

          ข้อ ๗๒/๑ การขอจดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิและจดทะเบียนบริษัทพร้อมกันภายในวันเดียวกัน ให้จัดทำเป็นคำขอเดียว โดยให้กรรมการผู้มีอำนาจทำการแทนบริษัทลงลายมือชื่อเป็นผู้ขอจดทะเบียน
          ข้อ ๗๒/๒ การประชุมจัดตั้งบริษัทตามมาตรา ๑๑๑๑/๑(๒) จะต้องมีผู้เริ่มก่อการและผู้เข้าชื่อซื้อหุ้น ทุกคนเข้าร่วมประชุมนับจำนวนหุ้นได้ครบตามจำนวนหุ้นทั้งหมดของบริษัท และผู้เข้าชื่อซื้อหุ้นทุกคนจะต้องให้ความเห็นชอบในกิจการที่ได้ประชุมกันนั้น
          ข้อ ๗๒/๓ ในการจัดตั้งบริษัทที่ได้ดำเนินการถูกต้องและครบทุกขั้นตอน ภายในวันเดียวกับวันที่ผู้เริ่มก่อการจัดทำหนังสือบริคณห์สนธิ จะต้องยื่นคำขอจดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิและจดทะเบียนบริษัทพร้อมกันภายในวันเดียวกัน และให้นายทะเบียนเรียกเก็บค่าธรรมเนียมทั้งสองประเภทการจดทะเบียนตามอัตราที่กำหนดในกฎกระทรวง
          เมื่อนายทะเบียนรับจดทะเบียนแล้วให้ออกเลขทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิและเลขทะเบียนบริษัทจำกัด
          ข้อ ๗๒/๔ การขอจดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิและจดทะเบียนบริษัทพร้อมกันภายในวันเดียวกันสามารถ ยื่นขอจดทะเบียนได้นับตั้งแต่ได้ดำเนินการถูกต้องครบทุกขั้นตอนตามมาตรา ๑๑๑๑/๑ ทั้งนี้ ไม่เกินสามเดือนนับแต่วันที่ได้ประชุมกัน
          ข้อ ๗๒/๕ ห้ามมิให้นายทะเบียนรับจดทะเบียนคำขอจดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิและจด ทะเบียนบริษัทพร้อมกันภายในวันเดียวกันที่ไม่ได้ดำเนินการครบทุกขั้นตอนหรือดำเนินการ ม่ถูกต้องตามที่กำหนดไว้ในมาตรา ๑๑๑๑/๑ เว้นแต่ผู้ขอจดทะเบียนประสงค์จะขอ จดทะเบียนเฉพาะหนังสือบริคณห์สนธิไว้ก่อน ให้นายทะเบียนพิจารณารับจดทะเบียน หนังสือบริคณห์สนธินั้นได้ถ้าหนังสือบริคณห์สนธิได้ทำขึ้นถูกต้องตามมาตรา ๑๐๙๘ และผู้เริ่มก่อการเป็นผู้ลงลายมือชื่อในคำขอและเอกสารประกอบการจดทะเบียน
           เมื่อนายทะเบียนรับจดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิไว้แล้ว ให้นายทะเบียนคืนเอกสารที่ไม่เกี่ยวข้องกับการจดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิแก่ผู้ขอจดทะเบียน
          ในกรณีที่ได้จดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิแล้ว การจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทจะต้องดำเนินกระบวนการจัดตั้งบริษัท เสียใหม่โดยเริ่มตั้งแต่การจองซื้อหุ้น การนัดประชุมตั้งบริษัท การประชุมตั้งบริษัท การส่งมอบกิจการ และการเรียกเก็บเงินค่าหุ้น หลังจากนั้นจึงจะสามารถจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทได้”

          ข้อ ๑๕ ข้อ ๑๕ให้ยกเลิกความใน ข้อ ๗๔ ของระเบียบสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกลางว่าด้วยการจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนและบริษัท พ.ศ. ๒๕๔๙ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
          “ข้อ ๗๔ คำขอจดทะเบียนกรรมการและหรือแก้ไขเพิ่มเติมอำนาจกรรมการซึ่งมิได้เป็นไปตามข้อ ๗๓ วรรคแรก ให้นายทะเบียนปฏิเสธการจดทะเบียน เว้นแต่คำขอจดทะเบียนได้ลงลายมือชื่อโดยกรรมการผู้มีอำนาจซึ่ง ได้รับแต่งตั้งโดยมติที่ประชุมคณะกรรมการหรือมติที่ประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้น และส่งหลักฐานประกอบคำขอจดทะเบียนดังต่อไปนี้ แล้วแต่กรณี
               (๑) การขอจดทะเบียนโดยอาศัยมติที่ประชุมคณะกรรมการ ให้ผู้ขอจดทะเบียนส่งหลักฐานประกอบคำขอจดทะเบียน ดังต่อไปนี้
                      ก. สำเนาหนังสือบอกกล่าวนัดประชุมคณะกรรมการ พร้อมด้วยหลักฐานการส่งหนังสือบอกกล่าวนัดประชุม นั้นไปยังกรรมการทุกคนหรือหลักฐานการรับทราบการนัดประชุมของกรรมการทุกคน
                      ข. สำเนารายงานการประชุมคณะกรรมการที่ปรากฏมติแต่งตั้งกรรมการและหรือกำหนดอำนาจกรรมการตามที่ขอจดทะเบียน และ
                      ค. สำเนาบัญชีรายชื่อซึ่งปรากฏลายมือชื่อกรรมการที่ได้เข้าประชุมคณะกรรมการ
               (๒) การขอจดทะเบียนโดยอาศัยมติที่ประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้นซึ่งคณะกรรมการเป็นผู้นัดเรียกประชุมโดยมิ ได้มีผู้ถือหุ้นร้องขอให้เรียกประชุม ให้ผู้ขอจดทะเบียนส่งหลักฐานประกอบคำขอจดทะเบียน ดังต่อไปนี้
                      ก. สำเนาหนังสือบอกกล่าวนัดประชุมคณะกรรมการ พร้อมด้วยหลักฐานการส่งหนังสือบอกกล่าวนัดประชุมนั้นไปยังกรรมการทุกคนหรือหลักฐาน การรับทราบการนัดประชุมของกรรมการทุกคน
                      ข. สำเนารายงานการประชุมคณะกรรมการที่ปรากฏมติให้ เรียกประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณาเรื่องกรรมการและหรืออำนาจกรรมการ
                      ค. สำเนาบัญชีรายชื่อซึ่งปรากฏลายมือชื่อกรรมการที่ได้เข้าประชุมคณะกรรมการ
                      ง. หนังสือพิมพ์ที่ลงพิมพ์โฆษณาคำบอกกล่าวเรียกประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้น
                      จ. สำเนาหนังสือบอกกล่าวเรียกประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณาเรื่องกรรมการและหรืออำนาจกรรมการ พร้อมด้วยหลักฐานการส่งหนังสือบอกกล่าวเรียกประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้นทางไปรษณีย์ตอบรับไปยังผู้ถือหุ้นทุกคนหรือหลักฐาน การรับทราบการเรียกประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้น แล้วแต่กรณี
                      ฉ. สำเนารายงานการประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้นที่ปรากฏมติแต่งตั้งกรรมการและหรือกำหนดอำนาจกรรมการตามที่ขอจดทะเบียน และ
                      ช. สำเนาบัญชีรายชื่อซึ่งปรากฏลายมือชื่อผู้ถือหุ้นที่ได้เข้าประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้น
               (๓) การขอจดทะเบียนโดยอาศัยมติที่ประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้นซึ่งคณะกรรมการเป็นผู้นัดเรียกประชุม ตามที่ผู้ถือหุ้นจำนวนรวมกันไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้าแห่งจำนวนหุ้นของบริษัทร้องขอให้เรียกประชุม ให้ผู้ขอจดทะเบียนส่งหลักฐานประกอบคำขอจดทะเบียน ดังต่อไปนี้
                      ก. สำเนาหนังสือของผู้ถือหุ้นจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้าแห่งจำนวนหุ้นของบริษัทที่ร้องขอให้คณะกรรมการเรียกประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้น
                      ข. สำเนาหนังสือบอกกล่าวนัดประชุมคณะกรรมการ พร้อมด้วยหลักฐานการส่งหนังสือบอก กล่าวนัดประชุมนั้นไปยังกรรมการทุกคนหรือหลักฐานการรับทราบการนัดประชุมของกรรมการทุกคน
                      ค. สำเนารายงานการประชุมคณะกรรมการที่ปรากฏมติให้เรียกประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณาเรื่องกรรมการและหรืออำนาจกรรมการ
                      ง. สำเนาบัญชีรายชื่อซึ่งปรากฏลายมือชื่อกรรมการที่ได้เข้าประชุมคณะกรรมการ
                      จ. หนังสือพิมพ์ที่ลงพิมพ์โฆษณาคำบอกกล่าวเรียกประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้น
                      ฉ. สำเนาหนังสือบอกกล่าวเรียกประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณาเรื่องกรรมการและหรืออำนาจกรรมการ พร้อมด้วยหลักฐานการส่งหนังสือบอกกล่าวเรียกประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้นทางไปรษณีย์ตอบรับ ไปยังผู้ถือหุ้นทุกคนหรือหลักฐานการรับทราบการเรียกประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้น แล้วแต่กรณี
                      ช. สำเนารายงานการประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้นที่ปรากฏมติแต่งตั้งกรรมการและหรือกำหนดอำนาจกรรมการตามที่ขอจดทะเบียน และ
                      ซ. สำเนาบัญชีรายชื่อซึ่งปรากฏลายมือชื่อผู้ถือหุ้นที่ได้เข้าประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้น
               (๔) การขอจดทะเบียนโดยอาศัยมติที่ประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้นซึ่งผู้ถือหุ้นจำนวนรวมกันไม่น้อยกว่าหนึ่งใน ห้าแห่งจำนวนหุ้นของบริษัทร้องขอให้เรียกประชุม และเป็นผู้นัดเรียกประชุมเอง ให้ผู้ขอจดทะเบียนส่งหลักฐานประกอบคำขอจดทะเบียน ดังต่อไปนี้
                      ก. สำเนาหนังสือของผู้ถือหุ้นจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้าแห่งจำนวนหุ้นของบริษัทที่ร้องขอ ให้คณะกรรมการเรียกประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้น พร้อมด้วยหลักฐานการส่งหนังสือร้องขอให้เรียกประชุมนั้นไปยังคณะกรรมการ หรือหลักฐานที่คณะกรรมการได้รับหนังสือร้องขอ
                      ข. หนังสือพิมพ์ที่ลงพิมพ์โฆษณาคำบอกกล่าวเรียกประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้น
                      ค. สำเนาหนังสือบอกกล่าวเรียกประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณาเรื่องกรรมการและหรืออำนาจกรรมการ พร้อมด้วยหลักฐานการส่งหนังสือบอกกล่าวเรียกประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้นทางไปรษณีย์ตอบรับ ไปยังผู้ถือหุ้นทุกคนหรือหลักฐานการรับทราบการเรียกประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้น แล้วแต่กรณี
                      ง. สำเนารายงานการประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้นที่ปรากฏมติแต่งตั้งกรรมการ และหรือกำหนดอำนาจกรรมการตามที่ขอจดทะเบียน และ
                      จ. สำเนาบัญชีรายชื่อซึ่งปรากฏลายมือชื่อผู้ถือหุ้นที่ได้เข้าประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้น”

          ข้อ ๑๖ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นข้อ ๘๓/๑ ของระเบียบสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกลางว่าด้วยการจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนและบริษัท พ.ศ. ๒๕๔๙
           “ข้อ ๘๓/๑ ในกรณีห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทถูกนายทะเบียนขีดชื่อออกจากทะเบียนแล้วไม่ว่าก่อนหรือหลังระเบียบนี้ใช้บังคับ ห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทที่ถูกขีดชื่อออกจากทะเบียนนั้นเป็นอันสิ้นสภาพนิติบุคคลลง ห้ามมิให้นายทะเบียนรับจดทะเบียนใด ๆ หรือรับสำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นของนิติบุคคลรายนั้น”

          ข้อ ๑๗ให้ยกเลิกความใน ข้อ ๘๖ ของระเบียบสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกลางว่าด้วยการจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนและบริษัท พ.ศ. ๒๕๔๙ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
          “ข้อ ๘๖ เมื่อปรากฏกรณีดังต่อไปนี้ ให้สันนิษฐานว่าห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทมิได้ทำการค้าหรือประกอบการงาน หรือไม่มีตัวผู้ชำระบัญชีทำการอยู่ แล้วแต่กรณี ให้นายทะเบียนดำเนินการตามประมวล กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๒๗๓/๑ มาตรา ๑๒๗๓/๒ และมาตรา ๑๒๗๓/๓ เพื่อถอนทะเบียนให้เป็นห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทร้าง
               (๑) ห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทใดมิได้ส่งงบการเงินนับแต่ปีปัจจุบันย้อนหลังสามปีติดต่อกัน หรือ
               (๒) ห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทที่อยู่ระหว่างชำระบัญชี แต่ผู้ชำระบัญชีมิได้ทำรายงานการชำระบัญชี หรือมิได้ยื่นจดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชีให้เสร็จสิ้นภายในสามปีนับแต่วันรับจดทะเบียนเลิก และนายทะเบียนได้มีหนังสือส่งทางไปรษณีย์ตอบรับไปยังห้างหุ้นส่วนหรือบริษัท และผู้ชำระบัญชี แจ้งให้ดำเนินการเพื่อให้มีตัวผู้ชำระบัญชี หรือยื่นรายงานการชำระบัญชี หรือจดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชีภายในหนึ่ง ร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่ส่งหนังสือแล้ว แต่ผู้ชำระบัญชีมิได้ปฏิบัติตาม หรือ
               (๓) ห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทไม่มีสำนักงานแห่งใหญ่ตั้งอยู่ตามที่จดทะเบียนไว้
               (๔) นายทะเบียนมีมูลเหตุอื่นที่เชื่อได้ว่าห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทมิได้ประกอบการงาน
                ในระหว่างการดำเนินการถอนทะเบียนห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทร้าง หากปรากฏข้อเท็จจริงว่าห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทยังคงทำการค้าหรือประกอบการงานอยู่ หรือ ยังมีตัวผู้ชำระบัญชีกระทำการชำระบัญชีอยู่ หรือมีเหตุที่ไม่อาจถอนทะเบียนเป็นห้าง หุ้นส่วนหรือบริษัทร้างได้ ให้นายทะเบียนพิจารณาระงับการถอนทะเบียนห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทร้างนั้น ในกรณีดังต่อไปนี้
               (๑) มีหลักฐานแสดงว่าห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทนั้นยังคงทำการค้าหรือประกอบการงาน หรือยังมีตัวผู้ชำระบัญชีกระทำการชำระบัญชีอยู่ หรือมีเหตุที่ไม่อาจถอนทะเบียน และยังคงมีสำนักงานแห่งใหญ่ตั้งอยู่ตามที่จดทะเบียนไว้ หรือ
               (๒) มีหลักฐานแสดงว่าห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทนั้นหยุดดำเนินกิจการ แต่ยังคงมีสำนักงานแห่งใหญ่ตั้งอยู่ตามที่จดทะเบียนไว้ หรือ
               (๓) หน่วยงานราชการขอให้ระงับการถอนทะเบียนร้างเพื่อรักษาประโยชน์ของทางราชการ
               กรณีไม่เป็นตามที่กล่าวข้างต้น ให้นายทะเบียนพิจารณาเสนอความเห็นให้นายทะเบียนกลางหรือผู้ที่นายทะเบียนกลางมอบหมายเพื่อพิจารณาสั่งการ”

          ข้อ ๑๘ ให้ยกเลิกความในข้อ ๘๙ ของระเบียบสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกลางว่าด้วยการจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนและบริษัท พ.ศ. ๒๕๔๙ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
          “ข้อ ๘๙ เมื่อได้รับคำอุทธรณ์ ให้นายทะเบียนผู้ออกคำสั่งพิจารณาคำอุทธรณ์ หากเห็นด้วยกับคำอุทธรณ์ก็ให้ดำเนินการเปลี่ยนแปลงคำสั่ง แต่หากไม่เห็นด้วยกับคำอุทธรณ์ให้สรุปข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย และทำความเห็นเสนอผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นหรือผู้ที่นายทะเบียนกลางมอบหมายภายในสามสิบวันเพื่อวินิจฉัยสั่งการ
          กรณีที่นายทะเบียนผู้ออกคำสั่งไม่อยู่หรือไม่อาจปฏิบัติงานได้ ให้หัวหน้าสำนักงานหรือผู้ทำหน้าที่แทน มอบหมายให้นายทะเบียนอื่นเป็นผู้รับผิดชอบพิจารณาคำอุทธรณ์”

          ข้อ ๑๙ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นข้อ ๙๐/๑
          “ข้อ ๙๐/๑ ห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทที่ได้ดำเนินการประชุมเพื่อมีมติใด ๆ ตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับที่ใช้อยู่ก่อนวันที่กฎหมายและระเบียบนี้ใช้บังคับ และได้ยื่น คำขอจดทะเบียนตามมตินั้นภายหลังวันที่กฎหมายและระเบียบนี้ใช้บังคับ ให้พิจารณาคำขอจดทะเบียนตามบทบัญญัติของกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับที่ใช้อยู่ก่อนนั้น”

          ข้อ ๒๐ ให้ยกเลิกความใน ข้อ ๙๒ ของระเบียบสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกลางว่าด้วยการจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนและบริษัท พ.ศ. ๒๕๔๙ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
           “ข้อ ๙๒ คำขอจดทะเบียนที่ยื่นภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่ระเบียบนี้ใช้บังคับ ผู้ขอจดทะเบียนจะใช้แบบพิมพ์ที่นายทะเบียนกำหนดแนบท้ายระเบียบ สำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกลางว่าด้วยการจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนและบริษัท พ.ศ. ๒๕๔๙ ก็ได้”

 

ประกาศ ณ วันที่ ๒๗ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๑
คณิสสร นาวานุเคราะห์
(นายคณิสสร นาวานุเคราะห์)
อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
นายทะเบียนกลาง

 

แบบพิมพ์ทีนายทะเบียนกำหนดรูปแบบ
แนบท้ายระเบียบสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกลาง
ว่าด้วยารจดทะเบียน้างหุ้นส่วนและบริษัท พ.ศ. ๒๕๔๙
แก้ไขเพิ่มเติม(ครั้งที่ ๑) พ.ศ. ๒๕๕๑
------------------
   


รายละเอียดคำขอจดทะเบียน รายการจดทะเบียน เอกสารประกอบรายการจดทะเบียน และเอกสารประกอบคำขอจดทะเบียนตามประเภทการจดทะเบียน แนบท้ายระเบียบสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกลางว่าด้วยการจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนบริษัท พ.ศ. 2549 แก้ไขเพิ่มเติม (ครั้งที่ 1) พ.ศ. 2551


#
ประเภท
การจดทะเบียน
คำขอ
รายการ
จดทะเบียน
เอกสาร
ประกอบ
รายการ
จดทะเบียน
เอกสารประกอบคำขอจดทะเบียน
1. จัดตั้งห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล
แบบ หส.1
แบบ หส.2 (ใช้เฉพาะหน้า 1 และหน้า 3)
แบบ ว.
(1) แบบจองชื่อนิติบุคคล
(2) แบบ สสช.1 จำนวน 1 ฉบับ
(3) สำเนาหลักฐานการรับชำระเงินลงหุ้นที่ห้างหุ้นส่วนได้ออกให้แก่ผู้เป็นหุ้นส่วน
(4) กรณีมีคนต่างด้าวลงหุ้นในห้างหุ้นส่วนตั้งแต่ร้อยละ 40 แต่ไม่ถึงร้อยละ 50 ของทุนจดทะเบียน หรือมีคนต่างด้าวลงหุ้นในห้างหุ้นส่วนต่ำกว่าร้อยละ ของทุนจดทะเบียนแต่คนต่างด้าวเป็นผู้มีอำนาจกระทำการแทนห้างหุ้นส่วน ให้ผู้เป็นหุ้นส่วนทุกคนที่มีสัญชาติไทย   ส่งหลักฐานแสดงที่มาของเงินลงทุนซึ่งปรากฏจำนวนเงินสอดคล้องกับจำนวนเงินที่นำมา ลงหุ้นของผู้เป็นหุ้นส่วนแต่ละคน ดังนี้
  - สำเนาสมุดเงินฝากธนาคารหรือสำเนาใบแจ้งยอดบัญชีธนาคารย้อนหลัง 6 เดือน หรือ
  - เอกสารที่ธนาคารออกให้เพื่อรับรองหรือแสดงฐานะทางการเงินของผู้เป็นหุ้นส่วน หรือ
  - สำเนาหลักฐานแสดงแหล่งที่มาของเงินที่นำมาลงหุ้น
(5) สำเนาบัตรประจำตัวของหุ้นส่วนผู้จัดการที่ลงลายมือชื่อในคำขอจดทะเบียน
(6) สำเนาหลักฐานการเป็นผู้รับรองลายมือชื่อ (ถ้ามี)
(7) หนังสือมอบอำนาจ (ถ้ามี)
2. จัดตั้งห้างหุ้นส่วนจำกัด แบบ หส.1 แบบ หส.2 (ใช้ทั้ง 3 หน้า) แบบ ว. เช่นเดียวกับจัดตั้งห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล
3.
แก้ไขเพิ่มเติมห้างหุ้นส่วน
- ชื่อห้างหุ้นส่วน
- ที่ตั้งสำนักงานแห่งใหญ่และ/หรือสำนักงานสาขา
- ผู้เป็นหุ้นส่วน
- หุ้นส่วนผู้จัดการ
- ข้อจำกัดอำนาจหุ้นส่วนผู้จัดการ
- ตราของห้างหุ้นส่วน
- รายการอื่นๆ ที่เห็นสมควรจะให้ประชาชนทราบ
แบบ หส.1 แบบ หส.2 (ใช้เฉพาะหน้า ที่มีการแก้ไขรายการ และกรณีแก้ไขเพิ่มเติม ผู้เป็นหุ้นส่วนให้ระบุรายการผู้เป็นหุ้นส่วนทั้ง หมดหลังจากที่มีการแก้ไขแล้ว) -
(1) แบบจองชื่อนิติบุคคล (ใช้เฉพาะกรณีแก้ไขเพิ่มเติมชื่อห้างหุ้นส่วน)
(2) สำเนาหลักฐานการรับชำระเงินลงหุ้นที่ห้างหุ้นส่วนได้ออกให้แก่ผู้เป็นหุ้นส่วน (ใช้ในกรณีจดทะเบียนผู้เป็นหุ้นส่วนเข้าใหม่ / เพิ่มทุนโดยนำเงินมาลงหุ้น)
(3) สัญญาหุ้นส่วนแก้ไขเพิ่มเติม (ใช้เฉพาะกรณีหุ้นส่วนผู้จัดการตามที่จดทะเบียนไว้มิได้ลงลายมือชื่อ ในคำขอจดทะเบียนเนื่องจาก ออกจากการเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการหรือถึงแก่กรรม)
(4) สำเนาใบมรณบัตร (ใช้เฉพาะกรณีหุ้นส่วนผู้จัดการถึงแก่กรรม)
(5) สำเนาหลักฐานการเป็นผู้จัดการมรดก (ใช้เฉพาะกรณีหุ้นส่วนผู้จัดการถึงแก่กรรม)
(6) สำเนาบัตรประจำตัวของหุ้นส่วนผู้จัดการที่ลงลายมือชื่อในคำขอจดทะเบียน
(7) สำเนาหลักฐานการเป็นผู้รับรองลายมือชื่อ (ถ้ามี)
(8) หนังสือมอบอำนาจ (ถ้ามี)
4. แก้ไขเพิ่มเติมวัตถุที่ประสงค์ ของห้างหุ้นส่วน แบบ หส.1 แบบ หส.2 (ใช้เฉพาะหน้า 1) แบบ ว.
(1) แบบ สสช.1 จำนวน 1 ฉบับ
(2) สำเนาบัตรประจำตัวของหุ้นส่วนผู้จัดการที่ลงลายมือชื่อในคำขอจดทะเบียน
(3) สำเนาหลักฐานการเป็นผู้รับรองลายมือชื่อ (ถ้ามี)
(4) หนังสือมอบอำนาจ (ถ้ามี)
5. ควบห้างหุ้นส่วน แบบ หส.1 แบบ หส.2 (ห้างหุ้นส่วนสามัญ นิติบุคคลใช้เฉพาะหน้า 1 และหน้า 3 ห้างหุ้นส่วนจำกัด ใช้ทั้ง 3 หน้า) แบบ ว.
(1) แบบจองชื่อนิติบุคคล (ใช้เฉพาะกรณีตั้งชื่อห้างหุ้นส่วนขึ้นใหม่)
(2) แบบ สสช.1 จำนวน 1 ฉบับ
(3) สำเนาบัตรประจำตัวของหุ้นส่วนผู้จัดการที่ลงลายมือชื่อในคำขอจดทะเบียน
(4) สำเนาหลักฐานการเป็นผู้รับรองลายมือชื่อ (ถ้ามี)
(5) หนังสือมอบอำนาจ (ถ้ามี)
6. แปรสภาพห้างหุ้นส่วน เป็นบริษัทจำกัด แบบ บอจ.1/1 แบบ บอจ.2 (ใช้เฉพาะหน้า 1 แต่ไม่ต้องกรอกรายละเอียดเกี่ยวกับ ผู้เริ่มก่อการ) ผนึกอากร 200 บาท แบบ บอจ.3 (ใช้ทั้ง 2 หน้า) แบบ ก.
แบบ ว.
(1) แบบ บอจ.5
(2) แบบ สสช.1 จำนวน 1 ฉบับ
(3) สำเนาบัญชีรายชื่อผู้เป็นหุ้นส่วนในการประชุม ให้ความยินยอมและดำเนินการแปรสภาพพร้อมลายมือชื่อ
(4) สำเนารายงานการประชุมของผู้เป็นหุ้นส่วนในการ ให้ความยินยอมและดำเนินการแปรสภาพ
(5) สำเนาข้อบังคับ ผนึกอากร 200 บาท (ถ้ามี)
(6) สำเนาหลักฐานการรับชำระค่าหุ้น – โอนกรรมสิทธิ์ทรัพย์สิน - เอกสารหลักฐานการให้ใช้สิทธิ์ต่าง ๆ (ถ้ามี)
(7) หนังสือพิมพ์ที่ลงพิมพ์โฆษณาบอกกล่าวการแปรสภาพ ห้างหุ้นส่วนเป็นบริษัทจำกัด (ใช้เฉพาะหน้าที่มีชื่อหนังสือพิมพ์และวันที่ออกหนังสือพิมพ์)
(8) สำเนาหนังสือบอกกล่าวเจ้าหนี้ (ถ้ามี)
(9) สำเนาหนังสือยืนยันว่าห้างหุ้นส่วนไม่มีเจ้าหนี้หรือ เจ้าหนี้ไม่คัดค้านซึ่งลงลายมือชื่อโดยกรรมการตามอำนาจที่ขอจดทะเบียน
(10) สำเนาหนังสือคัดค้านของเจ้าหนี้ (ถ้ามี)
(11) สำเนาหลักฐานการชำระหนี้ – ให้ประกันหนี้เจ้าหนี้ (ถ้ามี)
(12) หนังสือยืนยันการรับมอบกิจการ ทรัพย์สิน บัญชี เอกสารและหลักฐานต่าง ๆของห้างหุ้นส่วนที่แปรสภาพซึ่งลงลายมือชื่อโดยกรรมการตามอำนาจที่ขอจดทะเบียน
(13) สำเนาหลักฐานที่ตั้งสำนักงานแห่งใหญ่
  1. ภาพถ่ายสำเนาทะเบียนบ้าน และ
  2. สำเนาสัญญาเช่า (กรณีเช่า) หรือหนังสือให้ความยินยอมให้ใช้สถานที่ตั้งสำนักงานแห่งใหญ่ (กรณีเจ้าของกรรมสิทธิ์ให้ความยินยอมให้ใช้สถานที่) และสำเนาหลักฐานแสดง กรรมสิทธิ์ของผู้ให้ความยินยอม เช่น หลักฐานแสดงการเป็นเจ้าบ้าน สัญญาซื้อขาย
(14) แผนที่แสดงที่ตั้งสำนักงานแห่งใหญ่และสถานที่สำคัญบริเวณใกล้เคียงโดยสังเขป พร้อมภาพถ่ายสถานที่ตั้งสำนักงาน
(15) สำเนาบัตรประจำตัวของกรรมการทุกคน
(16) สำเนาหลักฐานการเป็นผู้รับรองลายมือชื่อ (ถ้ามี)
(17) หนังสือมอบอำนาจ (ถ้ามี)
7. หนังสือบริคณห์สนธิ แบบ บอจ.1 แบบ บอจ.2 (ใช้ทั้ง 2 หน้า) ผนึกอากร 200 บาท แบบ ว.



(1) แบบจองชื่อนิติบุคคล
(2)


   เก็บไว้เป็น Favorites
   เซ็ทเป็นเว็บเริ่มต้น
   พิมพ์หน้านี้
   ผู้เยี่ยมชม : 2,594,389 
Copyright © 2007 SMaccounting.com All rights reserved. Powered By Man Neo