รับทำบัญชี  ตรวจสอบบัญชี  วางระบบบัญชี  จดทะเบียนบริษัท: ถนนพระราม 2 สมุทรสาคร


15 พฤศจิกายน 2562  00:25
ค้นหา
 ข่าวสาร     Page 1
13 ตุลาคม 2552   12:54:37  
บทพิสูจน์‘สร้างคน’ อย่างไทยกับ ‘สิทธิพล’ องค์กร 90 ปี
บทพิสูจน์‘สร้างคน’ อย่างไทยกับ ‘สิทธิพล’ องค์กร 90 ปี
โดย ผู้จัดการรายสัปดาห์ 29 สิงหาคม 2551 18:48 น.
       *“สิทธิพล” องค์กรไทย 90 ปี ชู วัฒนธรรมแบบไทยๆ เป็นแกนหลักสร้างพนักงาน
       
       *เปรียบคนดุจ “เสือ” เก่งล่าเหยื่อคือผลกำไร หากให้อิ่มก็เชื่องผูกพันไม่ไปไหน
       
       *ผสมผสานหลักการตามยุคสมัย พร้อมยึดแนวทาง “พอเพียง” เชื่อมคนแต่ละรุ่น
       
       *อ่านแล้วอาจสะกิดใจใครหลาย ที่ควานหาเครื่องมือมาใช้แต่ไร้ผล

       “เสือเป็นสัตว์ป่า หากหิวก็ต้องออกหากิน แต่ถ้าอิ่มก็ไม่ไปไหน” นี่เป็นความคิดของของผู้บริหารเมื่อ 90 ปีก่อน แต่ยังคงมนต์ขลังในการบริหารคนตราบจนปัจจุบันของบริษัทในเครือสิทธิผล ผู้ผลิตอุปกรณ์ยานยนต์ ไม่น่าเชื่อว่านัยยะการบริหารจัดการคนโดยวัฒนธรรมองค์กรไทย การเกื้อกูลและตอบแทนรายได้อย่างเป็นธรรมยังคงสืบทอดมารุ่นต่อรุ่น
       
       เช่นเดียวกับ วิชัย กิ่งชา ผู้จัดการฝ่ายบุคคลและกฎหมาย บริษัท สิทธิผล 1919 จำกัด ยังคงยึดหลักนี้อย่างเหนียวแน่นและต่อเนื่องจนวันนี้ “บริษัทสร้างเสือในแวดวงธุรกิจมาแล้วหลายรุ่น”
       
       วัฒนธรรมองค์กรไทย
       รากฐานการเติบโต

       
       วิชัย ก้าวเข้ามาในบริษัทนี้ด้วยตำแหน่งทนายความประจำเมื่อ 23 ปีที่แล้ว ก่อนจะได้รับโอกาสให้ดูแลฝ่าย HR ซึ่งได้พลิกผันชีวิตจากการทำงานโดยยึดหลักนิติศาสตร์ที่มีความเที่ยงตรงมาผสมผสานกับรัฐศาสตร์การปกครองที่เน้นการมีเหตุมีผลและยืดหยุ่น
       
       แล้ววิถีทางแบบ “เสือ” ก็เริ่มขึ้น...ควบคู่กับแนวคิด หากบริษัทอ้วนพนักงานก็อ้วนด้วย
       
       เนื่องจากประสบการณ์ที่ผ่านมาได้เรียนรู้ถึงการบริหารคนที่ดีต้องลดช่องว่างความเป็นนายจ้างกับลูกจ้างลงเพื่อให้บุคลากรเกิดความสบายใจในการทำงานเหมือนที่แห่งนี้เป็นบ้านหลังที่ 2 ที่ตนรักและพร้อมจะร่วมเป็นร่วมตายไปพร้อมกัน
       
       จากการทำงานที่คาบเกี่ยวมาระหว่าง 2 เจเนอเรชั่นเขามองว่า แม้บริษัทจะเปลี่ยนผ่านสู่ยุคเจเนอเรชั่นที่ 3 แต่แนวคิดการบริหารบุคคลยังคงเน้นหลักการทำงานแบบกึ่งครอบครัวที่จะเป็นตัวผสานความคิดของพนักงานรุ่นเก่ากับคนรุ่นใหม่ที่เพิ่งเข้ามาในบริษัท ซึ่งเฉลี่ยนพนักงานอยู่กับบริษัทมา 20 ปี มี 20% , อยู่นานกว่า 10 ปี 30% , 10 ปี 40 % , ต่ำกว่า 10 ปี 10%
       
       ข้อดีของการทำงานด้วยกันมานานนั้น เกิดจากความแนบแน่นและเป็นมิตรซึ่งทุกคนถูกปลูกฝังจนเป็นวัฒนธรรมองค์กรที่ทุกคนสามารถพูดคุยถึงปัญหางานจนถึงเรื่องส่วนตัวได้อย่างทั่วถึงตั้งแต่ผู้บริหารจนถึงพนักงานระดับล่าง
       
       โดยกระบวนการผสมผสานความแนบแน่นระหว่างคนรุ่นเก่ากับคนรุ่นใหม่ต้องกระตุ้นผ่านกิจกรรมต่างๆ อยู่เสมอเช่น มีการใช้เวลาช่วงพักเที่ยงแข่งขันเทเบิลเทนนิสเพื่อเก็บคะแนนในแต่ละทีมตลอดปี
       
       การพัฒนาและจูงใจให้พนักงานมีความรักในองค์กรได้นั้นจำเป็นต้องตอบสนองความต้องการคนรุ่นเก่าและคนรุ่นใหม่ด้านการเติบโตในงานดังนี้
       
        “เสือลายครามหรือคนรุ่นเก่า” ต้องพยายามเปิดโลกทัศน์โดยการเชิญวิทยากรจากภายนอกมาบรรยายเพื่อกระตุ้นให้เกิดการหันมามองการทำงานของตนเองและอาจออกไปอบรมกับสถาบันข้างนอก เป็นกระบวนการกระตุ้นให้รู้จุดอ่อนที่ต้องพัฒนาซึ่งจะเป็นแรงขับเคลื่อนให้ไปสู่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
       
       แต่หากคนเหล่านี้ไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลง HR ต้องมีหน้าที่เข้าไปพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเพื่อรับทราบถึงปัญหาว่าเป็นที่งานหรือเป็นที่ตัวพนักงาน ทั้งยังชี้ให้เห็นถึงผลที่เขาจะได้รับหากเปลี่ยนแปลงทั้งตำแหน่งและเงินเดือนที่เพิ่มขึ้น
       
        “เสือหนุ่มหรือคนรุ่นใหม่” จำเป็นอย่างยิ่งที่ HR ในฐานะที่ต้องเป็นผู้พัฒนาต้องรู้ว่าคนเหล่านี้มีอุปนิสัยกล้าแสดงออก เรียนรู้งานเร็ว รักความอิสระ ซึ่งตนต้องพยายามกระตุ้นให้จุดเด่นที่มีอยู่แสดงออกมาอย่างเหมาะสมและถูกต้อง ขณะที่จุดอ่อนคือ มีความอดทนต่ำพอได้งานที่ไม่พอใจจะตัดสินปัญหาด้วยการลาออก โดย HR ต้องพยายามหล่อหลอมให้พนักงานเข้าใจว่าทุกองค์กรต้องมีระเบียบวินัยถ้าหากไม่มีก็จะอยู่ไม่ได้ซึ่งต้องมีการปรับเปลี่ยนแนวความคิดต่างๆ โดยต้องค่อยๆหล่อหลอมและตอกย้ำอยู่เสมอๆ
       
       แต่การจะทำให้เสือ 2 ตัวอยู่ในถ้ำเดียวกันไม่ใช่เรื่อง่าย เขามองว่า ทุกคนต้องมีคุณสมบัติของความสันโดษคือ รู้จักพอเพียงตามแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง โดยการเดินทางสายกลางรู้ว่าไม่ควรทำอย่างหนึ่งอย่างใดจนเกินตัวซึ่งงานก็เหมือนกันเมื่อ เสือลายคราม กับ เสือหนุ่ม รู้ว่าความพอดีอยู่ที่ใดพวกเขาก็จะใช้ชีวิตร่วมกันได้ในบ้านหลังนี้

วิชัย กิ่งชา
       บริหารด้วยใจ
       ความสุขใกล้แค่เอื้อม

       
       “บริษัทอ้วนพนักงานก็อ้วนด้วย” นี่เป็นแนวคิดของผู้บริหารในเจเนอเรชั่นที่ 3 ซึ่งเป็นการตอกย้ำแนวคิด “เสือ” เมื่อครั้งอดีต
       
       การจะจูงใจคนให้รักบ้านหลังที่ 2 แห่งนี้ได้ต้องทำให้พนักงานมีความมั่นคงในอาชีพและรายได้ ตลอดจนมีความก้าวหน้าในการทำงาน ซึ่งบริษัทต้องจะมีการปรับวุฒิการศึกษาให้กับพนักงานรุ่นเก่าหากไปเรียนจนประสบความสำเร็จ โดยการเพิ่มเงินเดือนและตำแหน่งตามแต่โอกาส
       
        “เราจำเป็นที่ต้องมีความจริงใจในการบริหารคนเพราะหากไม่มีความจริงใจคนก็จะไม่เกิดศรัทธาทำให้เวลาเราพูดหรือสื่อสารอะไรในภาวะวิกฤตคนเหล่านั้นก็ไม่สนใจที่จะปฎิบัติตามสุดท้ายบ้านหลังนี้ก็อยู่ไม่ได้ ขณะเดียวกันบริษัทต้องพยายามทำให้ครอบครัวพนักงานมีความสุขโดยการช่วยเหลือในรูปแบบต่างๆเช่น การร่วมกับไทยธนาคารด้วยการให้พนักงานของบริษัทกู้เงินได้ในวงเงินต่ำโดยไม่ต้องมีคนค้ำประกัน”
       
       การที่บริษัทพยายามตอบแทนให้พนักงานด้วยความเป็นธรรมส่งผลให้เมื่อบริษัทประสบภาวะวิกฤตทุกคนมีความร่วมแรงร่วมใจที่จะแก้ปัญหาโดยการประชุมและหาข้อบกพร่องที่เกิดขึ้น ซึ่งเห็นได้ชัดจากวิกฤตเศรษฐกิจช่วงปี 2540 ที่บริษัทไม่มีการคัดคนออกแต่จะรักษาคนเก่าๆ โดยกระตุ้นให้คนเหล่านี้ร่วมแรงร่วมใจฝ่าอุปสรรคเหล่านี้ไปพร้อมกับบริษัท
       
       สำหรับ สิ่งที่เป็นความท้าทายต่อไปขององค์กรนี้ คือความพยายามที่จะทำให้ทุกคนมีการพัฒนาที่ทันกับการแข่งขันในตลาดที่ต่อสู้กันอย่างรุนแรง ซึ่งขณะนี้ตนพยายามให้คนรุ่นเก่าหันมาเป็น “โค้ช” เพื่อถ่ายทอดความรู้ให้กับน้องๆรุ่นใหม่ด้วยการพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์ผ่านกิจกรรมต่างๆ
       
       ดังนั้น กว่า 90 ปีของ “สิทธิพล” เป็นบทพิสูจน์แล้วว่า วัฒนธรรมองค์กรแบบไทยๆ หากรู้จักนำมาใช้ผสมให้เกิดความพอดีตามยุคสมัยและตามพนักงานในแต่ละวัย ไม่ว่าจะเจอกับมรสุมใดก็สามารถฝ่าฝันไปได้

รับทำบัญชี  ตรวจสอบบัญชี  วางระบบบัญชี  จดทะเบียนบริษัท: ถนนพระราม 2 สมุทรสาคร






   เก็บไว้เป็น Favorites
   เซ็ทเป็นเว็บเริ่มต้น
   พิมพ์หน้านี้
   ผู้เยี่ยมชม : 2,594,411 
Copyright © 2007 SMaccounting.com All rights reserved. Powered By Man Neo