รับทำบัญชี  ตรวจสอบบัญชี  วางระบบบัญชี  จดทะเบียนบริษัท: ถนนพระราม 2 สมุทรสาคร


17 พฤศจิกายน 2562  05:19
ค้นหา
 ข่าวสาร     Page 1
16 มีนาคม 2554   08:57:06  
เล็งรีดภาษีกำไรหุ้น ปิดช่องฝรั่งหัวดำขนเงินหนี-วงการโวยซ้ำเติมตลาดทุน
โดย ผู้จัดการออนไลน์  

       กรมสรรพากร เตรียมรื้อโครงสร้างภาษีครั้งใหญ่ตามข้อเสนอนักวิชาการจากจุฬาฯ อ้างสร้างความเป็นธรรมในสังคม เล็งรีดภาษีนักลงทุนต่างชาติกลุ่มฝรั่งหัวดำที่อาศัยช่องโหว่เข้ามากอบโกยกำไรออกนอกประเทศ พร้อมวางระบบเก็บภาษีขาใหญ่และนักปั่นหุ้นที่ได้กำไรส่วนต่างเกิน 5-10 ล้านบาท ด้านตลาดหลักทรัพย์ฯ โต้ไม่ใช่เวลาที่เหมาะสมและสวนทางนโยบายกระตุ้นตลาดทุน ขณะที่โบรกเกอร์และบลจ. โวยกระทบการลงทุนในตลาดหุ้นแน่
       
       นายศานิต ร่างน้อย อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยว่า กรมสรรพากรได้ร่วมมือกับศูนย์วิจัยกฎหมายและการพัฒนา คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ดำเนินโครงการศึกษาและพัฒนาประมวลรัษฎากร เนื่องจากกฎหมายฉบับนี้มียาวนานกว่า 68 ปี และยังไม่เคยมีการปรับปรุงให้มีความทันสมัย โดยกรมสรรพากรจะรับฟังข้อเสนอแนะจากจุฬาฯ เพื่อนำเสนอให้กระทรวงการคลังผลักดันให้มีการแก้ไขกฎหมายต่อไป
       
       "การร่วมมือกันในครั้งนี้ ถือว่าเกิดประโยชน์มาก เพราะในประเทศไทยมีผู้ที่เข้าใจประมวลรัษฎากรอย่างแท้จริงน้อยมาก แม้แต่ผู้พิพากษาและนักกฎหมายบางคนยังไม่เข้าใจอย่างแท้จริง จึงมีความจำเป็นต้องปรับปรุงกฎหมายให้สามารถเข้าใจง่ายและอุดรูรั่วในการจัดเก็บภาษีที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน โดยคาดว่าการศึกษาวิจัยครั้งนี้จะแล้วเสร็จภายใน 1 ปี เพื่อนำเข้าสู่กระบวนการแก้ไขกฎหมายตามขั้นตอนของสภานิติบัญญัติต่อไป"
       
       นายธิติพันธุ์ เชื้อบุญชัย ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยกฎหมายและการพัฒนา คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา บุคคลบางกลุ่มและองค์กรบางแห่งได้ใช้สิทธิประโยชน์ทางด้านภาษีเพื่อเพิ่มมูลค่าทรัพย์สินให้กับตนเอง รวมทั้งปัจจุบันธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับการเงินได้เปลี่ยนแปลงไปมาก จึงต้องมีการปรับปรุงกฎหมายภาษีให้มีความทันสมัย
       
       ***แก้กฎหมายรีดภาษีฝรั่งหัวดำ
       สำหรับประเด็นหลักที่ศูนย์วิจัยกฎหมายฯ ได้ทำการศึกษาและเสนอให้มีการเปลี่ยนแปลงในประมวลรัษฎากรมีอยู่ 3-4 เรื่อง คือ ประเด็นแรก การจัดเก็บภาษีจากนักลงทุนประเภทสถาบันที่เข้ามาลงทุนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ที่แท้จริงอาจเป็นกองทุนของคนไทยที่ไปตั้งในต่างประเทศและเข้ามาลงทุนในประเทศไทย เมื่อมีกำไรก็นำเงินกลับไปต่างประเทศโดยไม่ต้องรายงานธนาคารแห่งประเทศไทย
       
       "ตอนนี้ทั้งสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และตลาดหลักทรัพย์ฯ ยังไม่มีอำนาจที่จะควบคุมและตรวจสอบว่านักลงทุนฝรั่งหัวดำกลุ่มนี้มีมากน้อยเพียงใด การให้อำนาจตรวจสอบจะต้องขอความร่วมมือจากต่างประเทศ โดยประเทศที่มีการใช้กฎหมายนี้แล้วและประสบผลสำเร็จ อาทิ สหรัฐฯ ออสเตรเลีย และญี่ปุ่น ซึ่งจะช่วยป้องกันการเก็งกำไรได้ในระดับหนึ่งด้วย" นายธิติพันธ์ กล่าว
       
       ***กำไรหุ้นเกิน 10 ล้านต้องจ่ายภาษี
       นายศานิต กล่าวว่า เดิมการยกเว้นการเก็บภาษีจากการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ เป็นเรื่องที่ดี เพื่อจูงใจให้เกิดการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯ และพัฒนาตลาดทุน แต่ปัจจุบันเมื่อตลาดทุนมีการพัฒนามากขึ้นควรจะต้องมีการทบทวนการเก็บภาษีในตลาดหลักทรัพย์ฯ ด้วยเพราะรัฐบาลได้ยกเว้นภาษีหลายประเภทจนกระทบต่อการจัดเก็บรายได้พอสมควรจึงต้องศึกษาเรื่องนี้อีกครั้ง
       
       นายธิติพันธ์ กล่าวว่า การยกเว้นการจัดเก็บภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่เกิดจากกำไรในการขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้สร้างความไม่เป็นธรรมให้เกิดขึ้นในการเสียภาษีกับประชาชนมนุษย์เงินเดือนทั่วไปที่มีรายได้จากการประกอบอาชีพสุจริต ขณะที่บางครั้งกำไรที่ได้มานั้นเกิดจากการปั่นหุ้นด้วย ซึ่งเรื่องนี้ได้หารือกับนายจรัญ ภักดีธนากุล ปลัดกระทรวงยุติธรรม โดยเห็นด้วยกับการยกเลิกการยกเว้นภาษีเงินได้จากการซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์แต่ไม่ได้ยกเลิกทั้งหมด
       
       "การจัดเก็บภาษีไม่ได้เหมารวมทั้งหมด แต่จะเน้นไปที่นักลงทุนรายใหญ่กับพวกปั่นหุ้น เพื่อไม่ให้กระทบกับรายย่อย โดยเบื้องต้นกำไรจากการซื้อขายหุ้นที่ไม่เกิน 5 ล้านบาท หรือ 10 ล้านบาท อาจจะไม่ต้องเสียภาษี แต่หากมากกว่านี้จะต้องเสียภาษี ซึ่งศูนย์วิจัยกฎหมายฯ จะได้ส่งเรื่องให้กรมสรรพากรพิจารณาเพื่อนำไปปรับปรุงประมวลรัษฎากรต่อไป" นายธิติพันธ์ กล่าว
       
       ***แก้ไขคู่สมรสโดนเก็บเต็มเพดาน
       
นายธิติพันธ์ กล่าวว่า ในส่วนของคู่สมรส เช่น กรณีที่ภรรยามีรายได้นอกเหนือจากเงินเดือนแล้วนำมารวมกับสามีทำให้รายได้ต่อปีเกิน 1 ล้านบาท อาจเป็น 1.2 ล้านบาทนั้น จะทำให้สามีถูกเรียกเก็บภาษีก้าวกระโดดเป็น 30% ทันทีซึ่ งถือว่าไม่เป็นธรรมและเกิดความเหลื่อมล้ำในด้านการจัดเก็บภาษีเกิดขึ้น เพราะเงินต่อยอดของภรรยาที่เพิ่มขึ้นมานั้นจะถูกนำมาต่อยอดทันทีทำให้ต้องเสียภาษีมากขึ้น
       
       ขณะที่การหลีกเลี่ยงภาษีของผู้ประกอบการหรือนักลงทุน ซึ่งตามปกติแล้วหากมีการลงทุนในธุรกิจใดเจ้าของอาจลงทุนประมาณ 30% แล้วกู้เงินจากธนาคาร 70% แต่ในระยะหลังนักลงทุนมักจะลงทุนด้วยเงินทุนส่วนตัวเพียง 1% และกู้เงินจากธนาคารถึง 99% เนื่องจากดอกเบี้ยที่จ่ายให้กับธนาคารนั้นจะทำให้ตัวเลขทางบัญชีที่ออกมามีกำไรน้อยและชำระภาษีในอัตราที่น้อยลงกว่าการลงทุนด้วยเงินส่วนตัวล้วน
       
       ***ยันช่วงเวลายังไม่เหมาะสม***
       
นายวิเชฐ ตันติวานิช รองผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า การยกเว้นการจัดเก็บภาษีจากกำไรที่ได้จากซื้อขายหลักทรัพย์เป็นมาตรการที่ออกมากระตุ้นตลาดหุ้นในช่วงที่ตลาดหุ้นซบเซา ทั้งเป็นการเพิ่มจำนวนฐานนักลงทุนและมูลค่าการซื้อขายนักลงทุนในตลาดหุ้น แต่จะมีการเรียกเก็บภาษีในช่วงนี้คงเป็นเวลาที่ไม่เหมาะสม แม้มูลค่าการซื้อขายหุ้นจะปรับตัวเพิ่มขึ้นค่อนข้างมาก แต่ก็เป็นการเกิดขึ้นแค่ระยะเวลาไม่นาน รวมทั้งยังไม่ไม่สอดคล้องกับนโยบายในการกระตุ้นการลงทุนในตลาดหุ้น
       
       ขณะเดียวกัน หวังว่าการศึกษาเรื่องดังกล่าวหากจะมีการหยิบยกขึ้นมาศึกษาจริง หน่วยงานที่ทำหน้าที่ในการศึกษาควรจะต้องหารือกับตลาดหลักทรัพย์ฯ ซึ่งถือว่าเป็นหน่วยงานที่มีความเกี่ยวข้องโดยตรงด้วย
       
       "หากจะมีการศึกษาเรื่องดังกล่าวจริงควรจะให้เราร่วมให้ข้อมูลด้วย หวังว่าจะไม่เหมือนกรณีมาตรการ 30% ที่ตลาดหลักทรัพย์ไม่ได้ร่วมรับรู้ก่อน ส่วนตัวมองว่าการใช้มาตรการนี้ในช่วงที่ภาวะหุ้นเริ่มดีขึ้นไม่นานไม่ใช่เรื่องที่ถูกต้อง" นายวิเชฐ กล่าว
       
       นางจารุพรรณ อินทรรุ่ง ผู้อำนวยการฝ่ายงานเลขาธิการ สำนักงาน ก.ล.ต. กล่าวว่า ก.ล.ต.ยังไม่ได้รับการติดต่อจากทางกรมสรรพากรในเรื่องดังกล่าว ซึ่งปกติหากกรมสรรพากรมีการเปลี่ยนแปลงกฎหมายหรือนโยบายใดๆ จะแจ้งมายังก.ล.ต.และเชิญเข้าร่วมหารือด้วยทุกครั้ง
       
       "ปกติถ้ากรมสรรพากรจะเปลี่ยนแนวทางการจัดเก็บภาษีอะไร เขาก็ต้องทำหนังสือเพื่อเชิญเราไปหารือด้วย และถ้าเป็นเรื่องใหม่ที่มีผลกับผู้ประกอบการ จะมีการเชิญเพื่อเข้ามาร่วมฟังความคิดเห็นด้วย แต่ครั้งนี้เรายังไม่เห็นหนังสือดังกล่าวจากทางกรมสรรพากร"นางจารุพรรณ กล่าว
       
       ***กระทบการลงทุนในตลาดหุ้นแน่***
       
นายกัมปนาท โลหเจริญวนิช กรรมการอำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด ในฐานะนายกสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ (สมาคมโบรกเกอร์) กล่าวว่า หากมีการเก็บภาษีกำไรจากการลงทุนในตลาดหุ้นจะส่งผลกระทบด้านลบต่อการลงทุนแน่นอน เพราะเดิมนั้นไม่มีการเสียและกลับต้องมาเสีย แต่จะรุนแรงแค่ไหนจะขึ้นอยู่กับรูปแบบในการเก็บภาษีว่านักลงทุนที่เข้ามาลงทุนแล้วได้กำไรจะต้องเสียสัดส่วนเท่าไร
       
       "หากมีการเก็บภาษีกำไรจากการลงทุนในหุ้น ย่อมมีผลกระทบเชิงลบแน่นอนจากเดิมไม่เคยเสียแต่ต้องมีเสีย ซึ่งต้องดูว่ารัฐบาลจะมีการเก็บภาษีรูปแบบไหนมีข้อกำหนดอย่างไรบ้าง ซึ่งกระบวนการเก็บนั้นจะมีขั้นตอนที่จะต้องมีการตรวจสอบที่ยุ่งยาก เพราะต้องตรวจเช็คต้นทุนที่นักลงทุนถือหุ้นเทียบกับตอนที่มีการขาย แต่ขณะนี้ยังเร็วเกินไปที่จะตอบได้เพราะ ต้องรอความชัดเจนเรื่องดังกล่าว" นายกัมปนาท กล่าว
       
       แหล่งข่าวจากวงการกองทุนรวม กล่าวว่า แนวคิดในการเก็บภาษีจากกำไรจากการซื้อขายหุ้นเป็นเรื่องที่ไม่ยุติธรรมกับนักลงทุน เพราะหากจะจัดเก็บภาษีจากกำไรดังกล่าวจะต้องมีผู้เข้ามารับผิดชอบนักลงทุนที่ขาดทุนด้วย ซึ่งแนวคิดดังกล่าวเป็นเรื่องดีในการจัดเก็บรายได้ แต่หากเรียกเก็บภาษีจากกำไรแล้วสามารถนำจำนวนเงินที่ขาดทุนไปมาลดหย่อนภาษีได้น่าจะเป็นแนวทางที่ยุติธรรมกับผู้ลงทุนมากกว่า และหากจะทำเช่นนั้นควรจะยกเว้นกองทุนรวมเอาไว้ เพราะการลงทุนส่วนใหญ่เป็นการลงทุนระยะยาว อย่างไรก็ตาม หากสรรพากรจะเก็บภาษีดังกล่าว ก็เชื่อว่าคงทำได้ไม่ง่ายนัก เพราะต้องมีการพัฒนาระบบการจัดการรองรับด้วย
       
       นอกจากนี้ การเรียกเก็บภาษีดังกล่าวเชื่อว่าตลาดหลักทรัพย์ฯ เองคงไม่เห็นด้วยอย่างแน่นอน เนื่องจากแนวคิดดังกล่าวสวนทางกับนโยบายของตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่ต้องการขยายฐานผู้ลงทุนในประเทศให้มากขึ้น จากปัจจุบันที่พึ่งนักลงทุนต่างชาติเป็นหลัก






   เก็บไว้เป็น Favorites
   เซ็ทเป็นเว็บเริ่มต้น
   พิมพ์หน้านี้
   ผู้เยี่ยมชม : 2,594,788 
Copyright © 2007 SMaccounting.com All rights reserved. Powered By Man Neo